Baki-Dou: The Invincible Samurai พาร์ท 2 กำลังมา Musashi ในเวอร์ชันที่อันตรายที่สุด

การเอา Musashi Miyamoto กลับมาในโลกของ Baki ไม่ใช่แค่ไอเดียแปลก ๆ แต่เป็นจุดตั้งต้นของความเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่อง

พาร์ทแรกของ Baki-Dou: The Invincible Samurai แค่ปูทางไว้ เพราะของจริงกำลังจะเริ่มในพาร์ท 2 ที่จะมาในปีนี้

ผู้กำกับ Toshiki Hirano ย้ำชัดว่า Musashi ในครึ่งหลัง “น่ากลัวมาก” และความน่ากลัวนั้นไม่ได้มาจากความโหดอย่างเดียว แต่มาจากแรงกดดันที่ตัวละครปล่อยออกมาแบบตรง ๆ

ช่วงแรก Musashi ยังตั้งหลักไม่ติด เหมือนคนจากอีกยุคที่ถูกโยนเข้ามาอยู่ในโลกที่ไม่ใช่ของตัวเอง การเคลื่อนไหวเลยดูไม่เข้าที่ แต่พอเข้าสู่พาร์ท 2 ทุกอย่างนิ่งขึ้น ความสับสนหายไป เหลือแต่ความแม่นและความหนักแน่น การลงมือแต่ละครั้งชัดขึ้น และนั่นแหละที่ทำให้เขาน่ากลัวจริง

Musashi Miyamoto in Baki-Dou Screenshot from 'Baki-Dou' Season 2 Teaser PV by TMS Entertainment

โครงของพาร์ท 2 วางจังหวะการต่อสู้มาแบบไล่ระดับ เริ่มจาก Pickle ต่อด้วย Motobe, Kaoru Hanayama และไปจบที่ Baki Hanma แต่ละไฟต์ไม่ได้มีไว้แค่โชว์ว่าใครเก่งกว่า มันค่อย ๆ บีบให้ Musashi ต้องเผยของออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ

ระหว่างทางยังมีฉากที่โทนเปลี่ยนชัด เมื่อมีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง กลายเป็นเหตุการณ์อาชญากรรมที่ทั้งโหดและกดดัน ออกไปทางสยองมากขึ้น เป็นอีกด้านที่ย้ำว่า Baki ไปได้ไกลกว่าการต่อสู้แบบเดิม ๆ

ก่อนหน้านี้ เรื่องเพิ่งผ่านศึกใหญ่ระหว่าง Baki Hanma กับ Yujiro Hanma ซึ่งเป็นจุดพีคของเส้นเรื่องเดิม หลังจากนั้นตัวละครหลายคนเหมือนหมดไฟ ไม่รู้จะสู้ไปเพื่ออะไรต่อ การมาของ Musashi เลยไม่ใช่แค่เพิ่มตัวละครใหม่ แต่เป็นการเติม “เหตุผลในการต่อสู้” กลับเข้าไปในเรื่องอีกครั้ง

ศึกระหว่าง Musashi กับ Yujiro ในพาร์ทแรก แม้ไม่มีผู้ชนะชัดเจน แต่ก็เห็นชัดว่า Yujiro ยังเหนือกว่า และสิ่งนั้นกระทบกับ Musashi ตรง ๆ เขาไม่ได้ถอย แต่ยิ่งนิ่ง ยิ่งจริงจัง และยิ่งอันตรายขึ้นในพาร์ท 2

อีกจุดที่ปูไว้ชัดคือการกลับมาของ Pickle นักสู้ดึกดำบรรพ์ที่ถูกค้นพบในชั้นหินเกลือ การเจอกันของ Pickle กับ Musashi ไม่ใช่แค่ไฟต์ธรรมดา แต่คือการปะทะของสองตัวตนที่อยู่นอกยุคของตัวเอง คนหนึ่งขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณล้วน อีกคนคือทักษะที่ขัดเกลามาจนสุดทาง

ในโลกของ Baki ที่เน้นการต่อสู้มือเปล่า Musashi เป็นข้อยกเว้น เขาใช้ดาบ ซึ่งทำให้จังหวะการต่อสู้เปลี่ยนไปทันที ขณะเดียวกันก็เพิ่มความยากในการสร้างแอนิเมชัน ทั้งเรื่องน้ำหนัก การเคลื่อนไหว และรายละเอียดของอาวุธ รวมถึงการพากย์ของ Naoya Uchida ที่ช่วยทำให้ตัวละครดูทั้งมีตัวตนจริง และเกินมนุษย์ไปพร้อมกัน

ด้านโปรดักชัน โปรดิวเซอร์ Kei Watabiki เผยว่า หนึ่งซีซันใช้เวลาราวสองปี และมีทีมงานประมาณ 300 ถึง 400 คน ตั้งแต่งานภาพไปจนถึงการตัดต่อ โดยเรื่องนี้ถูกวางให้เล่าเป็นสองพาร์ทตั้งแต่แรก ทำให้ตอนจบของพาร์ทแรกต้องมีแรงดึงพอจะพาคนดูกลับมา และศึก Musashi กับ Yujiro ก็ทำหน้าที่นั้นได้เต็มที่

ผลงานของ Keisuke Itagaki อยู่มาได้ยาวตั้งแต่ปี 1991 เพราะมันไม่เปลี่ยนในสิ่งที่เป็นแกนหลัก ตัวละครอย่าง Baki ยังเป็นนักเรียนมัธยมเหมือนเดิม ใกล้กับ Detective Conan ที่เวลาแทบไม่ขยับ แต่ความเข้มข้นยังอยู่

พาร์ท 2 ไม่ได้เป็นแค่การเล่าต่อ แต่เรื่องขยับไปอีกขั้น Musashi นิ่งและแม่นยำขึ้น และนั่นทำให้เขาอันตรายกว่าเดิม

Comments

Popular posts from this blog

ความล้มเหลวของ GameCube กับบทเรียนที่เปลี่ยนวิธีคิดของ Nintendo

แพตช์ใหญ่ Street Fighter 6 ทำผู้เล่นเดือด เหตุไม่แตะปัญหาหลัก

เบื้องหลังการสร้าง Samurai Shodown จากเกมสัตว์ประหลาดสู่ตำนานเกมต่อสู้

Seiken Densetsu 2 จากเกมใต้เงา Final Fantasy สู่ซีรีส์ของตัวเอง

Super Real Mahjong Venus Returns วางจำหน่าย 27 สิงหาคมนี้ รองรับ VR

Star Ocean: The Divine Force และ The Second Story R วางจำหน่ายบน GOG แบบไร้ DRM

Nintendo ยังขายเกม Physical ได้ 38.5% แม้ตลาดดิจิทัลโตต่อเนื่อง

Doraemon ปี 1986 กลับมาอีกครั้งบน Switch 2 และ PS5

SIE ยุติผลิตเกม PlayStation แบบแผ่น เริ่มปี 2028 พร้อมปิด PS3 และ PS Vita Store

Xbox ตั้งเป้ากลับมาเติบโต หลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่