วันนี้เป็นวันครบรอบ Biohazard 4 บน GameCube เกมที่เปลี่ยนทิศทางของซีรีส์ไปตลอดกาล

วันที่ 27 มกราคม 2005 คือวันที่ Biohazard 4 เวอร์ชัน GameCube วางจำหน่าย และกลายเป็น หมุดหมายสำคัญของวงการเกมแอ็กชัน–ฮอร์เรอร์ ผลงานจาก Capcom ภาคนี้ได้รับเสียงชื่นชมอย่างสูงทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ แม้จะใช้เลขภาคเป็น “4” แต่ตามลำดับการพัฒนาแล้ว นี่คือ ผลงานลำดับที่ 6 ของซีรีส์ ต่อจาก Biohazard 3 Last Escape โดยมี Code: Veronica และ Biohazard 0 วางจำหน่ายคั่นกลางมาก่อน

Biohazard 4 Anniversary Image via X / @capcom_official (CAPCOM公式)

จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของ Biohazard 4 คือการยกเครื่องระบบเกมเพลย์ครั้งใหญ่ จากเดิมที่ซีรีส์นี้ขึ้นชื่อเรื่อง มุมกล้องตายตัวและการบังคับตัวละครแบบรถบังคับ เปลี่ยนมาใช้ มุมมองจากด้านหลังตัวละคร การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในหมู่แฟนเกมอย่างมาก หลายคนรู้สึกประหลาดใจ และบางส่วนถึงกับตั้งคำถามว่านี่จะยังเป็น Biohazard ในแบบที่คุ้นเคย อยู่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้สัมผัสตัวเกมจริง ความกังวลเหล่านั้นก็คลี่คลายลง มุมมองแบบ TPS ช่วยให้การเล็งยิงศัตรูเป็นจุดเฉพาะ เช่น ศีรษะหรือขา ทำได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ ความสนุกของการต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน การที่ไม่ใช่มุมมองบุคคลที่หนึ่งทำให้ผู้เล่นยังเห็นตัวละครของตนเองบนจอ สามารถประเมินระยะและตำแหน่งได้ง่าย เกมจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ลดสัดส่วนของปริศนา และเน้นแอ็กชันที่กระชับยิ่งขึ้น

ตัวเอกของเรื่องคือ Leon S. Kennedy ที่เคยปรากฏตัวใน Biohazard 2 แต่ในภาคนี้เขาไม่ใช่ตำรวจมือใหม่อีกต่อไป Leon เติบโตเป็นเอเจนต์ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้การยอมรับ และได้รับภารกิจช่วยเหลือลูกสาวประธานาธิบดีอย่าง Ashley พัฒนาการของตัวละครสะท้อนออกมาทั้งในบทบาท หน้าที่ และ ทักษะการเอาตัวรอดที่เฉียบคมขึ้น

Resident Evil 4 Gameplay Screenshot via Steam / Resident Evil 4 Ultimate HD Edition

ฝั่งศัตรูเองก็ถูกปรับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ภาพจำของ “ซอมบี้” ที่อยู่คู่ซีรีส์มาตลอดถูกตัดออกไป ใน Biohazard 4 ศัตรูหลักคือ Ganado มนุษย์ที่ถูกปรสิต Plaga ครอบงำ ทำให้บรรยากาศความสยองเปลี่ยนจาก ความตายเดินได้ ไปสู่ ความคลุ้มคลั่งของมนุษย์ที่ยังมีสติและสามารถสื่อสารกันได้

ภาษาสเปนที่เหล่า Ganado ตะโกนใส่ผู้เล่นก็กลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของเกม วลีที่โด่งดังอย่าง 「おっぱいのペラペラソース」 (ได้ยินเป็นคำญี่ปุ่นไร้ความหมาย โดย “oppai” แปลว่านม และ “pera-pera” หมายถึงแบนหรือบาง) และ 「ウンコだ捨てろ」 (ฟังเหมือน “ขี้ เอาไปทิ้งซะ”) ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย ทั้งที่ความหมายจริงเป็น คำข่มขู่รุนแรงในทำนอง “จะฉีกแกเป็นชิ้น ๆ” ปรากฏการณ์หูแว่วเหล่านี้ยังคงถูกสืบทอดมาถึง Biohazard RE:4 ในเวลาต่อมา

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Biohazard 4 ถูกนำกลับมาในหลายรูปแบบ ทั้งเวอร์ชัน VR และเวอร์ชัน รีเมกด้วย RE ENGINE ซึ่งยิ่งตอกย้ำสถานะของเกมในฐานะ หนึ่งในผลงานที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการแอ็กชัน TPS และเซอร์ไววัลฮอร์เรอร์

Leon ยังคงมีบทบาทต่อเนื่องใน Biohazard Requiem เรื่องราวของเอเจนต์ที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ประหลาด พร้อมกับอีกหนึ่งตัวเอกอย่าง Grace Ashcroft นักวิเคราะห์ FBI ที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด

แม้เวลาจะผ่านมากว่าสองทศวรรษ Biohazard 4 ก็ยังคงถูกจดจำในฐานะ เกมที่เปลี่ยนทิศทางของซีรีส์อย่างแท้จริง และเป็นต้นแบบให้เกมแอ็กชัน TPS จำนวนมากจนถึงปัจจุบัน

Comments

Popular posts from this blog

เกมหายากระดับตำนานของ NEOGEO ราคาพุ่งแตะหลักล้านเยน

Ganbare Goemon Daishuugo! รวม 13 ตำนานฉลอง 40 ปี วางจำหน่าย 2 กรกฎาคมนี้

Bahamut Lagoon SRPG จาก Square ที่กาลเวลาไม่อาจทำให้เลือนหาย

Rave Racer ตำนานอาร์เคดคืนชีพ เตรียมลง Switch, PS5 และ Xbox หลังรอคอยกว่า 30 ปี

Another Eden Begins เปิดตัวเป็น Time Travel RPG ใหม่ ย้ำไม่ใช่พอร์ตมือถือ

เครื่อง NEOGEO รุ่นใหม่ที่กลายเป็นเพียงภาพลวงตา

เบื้องหลังกำเนิด Xbox: เมื่อ “คนนอกคอก” ลุกขึ้นมาท้าทายยักษ์ใหญ่

ครบรอบวันวางจำหน่าย Dragon Quest IV จุดเริ่มต้น Tenku Series และตำนาน Clift ร่าย Zaki

เบื้องหลังการออกแบบฮาร์ดแวร์ NEOGEO ความลับที่ทำให้อายุยืนเกินยุค

สรุปเกร็ดตำนาน Street Fighter II โดย Yoshiki Okamoto