Skip to main content

วันนี้ครบรอบ 29 ปี Final Fantasy VII เกมที่พาผู้เล่นก้าวสู่ยุคใหม่ของ RPG

31 มกราคม 1997 คือวันที่ Final Fantasy VII วางจำหน่ายบน PlayStation เมื่อ 29 ปีก่อน และมันไม่ใช่แค่ภาคใหม่ของซีรีส์ แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ภาพจำของเกม RPG เปลี่ยนไปตลอดกาล

Final Fantasy VII Art Source: @squareenix_jp / X

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการเปลี่ยนผ่านจากตัวละครแบบดอทสู่โมเดล 3D เต็มรูปแบบ ฉากหลังกลายเป็น CG ที่มีรายละเอียดสูง เมือง Midgar อันยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยโครงสร้างอุตสาหกรรมขนาดมหึมา ทำให้ผู้เล่นยุคนั้นรู้สึกเหมือนได้เห็นโลกของเกมที่ขยายใหญ่ขึ้นแบบก้าวกระโดด หลายคนยังจำความตื่นตาตื่นใจครั้งแรกที่ได้เห็นภาพเหล่านี้ได้ดี

Materia System Source: @FinalFantasyJP / X

แม้ Final Fantasy VI จะมีบรรยากาศสตีมพังก์อยู่แล้ว แต่ Final Fantasy VII ขยับไปสู่โลกที่ร่วมสมัยยิ่งกว่า มีทั้งมอเตอร์ไซค์ รถไฟใต้ดิน โทรศัพท์มือถือ และเทคโนโลยีที่ดูใกล้ตัว ระบบเรียกเปลี่ยนสมาชิกปาร์ตี้ผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า PHS ก็เป็นการอ้างอิงถึง personal handy-phone system หรือ “พีช” ที่เคยนิยมในญี่ปุ่นยุคนั้น และที่เมืองไทยเราเรียกระบบลักษณะนี้ว่า PCT หลายคนที่โตมาในช่วงนั้นน่าจะคุ้นหูกับชื่อนี้ดี ปัจจุบันบริการลักษณะนี้ยุติไปแล้ว ทำให้คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ

อีกจุดที่ทำให้เกมดูทันสมัยคือศัตรูหลักของเรื่อง คราวนี้ไม่ใช่อาณาจักรแฟนตาซีหรือปีศาจโบราณ แต่เป็นองค์กรธุรกิจข้ามชาติอย่าง Shinra Company การบุกเข้าไปช่วยพวกพ้องในสำนักงานใหญ่ของ Shinra ทำให้ผู้เล่นได้เห็นบรรยากาศการทำงานแบบองค์กรที่ดูสมจริงอย่างน่าประหลาด เป็นมุมมองที่แตกต่างจาก RPG ยุคก่อนอย่างชัดเจน

Final Fantasy VII Gameplay Source: @squareenix_jp / X

ตัวละครฝั่ง Shinra ยังกลับมาโดดเด่นอีกครั้งในภาพยนตร์ CG Final Fantasy VII: Advent Children ที่ออกฉายในปี 2005 ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในงานแอ็กชัน CG ที่น่าจดจำของยุคนั้น

ด้านระบบเกม Final Fantasy VII แนะนำ Materia System ที่ให้ผู้เล่นติดตั้งมาเทเรียลงในอาวุธและชุดเกราะเพื่อปลดล็อกเวทมนตร์และความสามารถต่าง ๆ การเชื่อมสล็อตเข้าด้วยกันยังช่วยเสริมพลังให้มาเทเรีย เปิดทางให้ผู้เล่นปรับแต่งตัวละครได้ลึกและหลากหลายมาก

หนึ่งในการผสมที่ผู้เล่นยุคนั้นพูดถึงกันเสมอคือ Knights of the Round จับคู่กับ W-Summon ซึ่งทรงพลังเกินสมดุลแบบที่หลายคนยังจำได้ดี

ระบบ Limit Break ก็เป็นเอกลักษณ์สำคัญ ระหว่างการต่อสู้เมื่อรับความเสียหาย เกจจะค่อย ๆ สะสม พอเต็มจะปลดปล่อยท่าไม้ตายเฉพาะตัวของแต่ละคน โดยเฉพาะ Omnislash ของ Cloud ที่ยังเป็นหนึ่งในฉากจำระดับตำนานของซีรีส์

Omnislash Limit Break Source: @FinalFantasyJP / X

อีกเรื่องที่แฟนยุค 90 มักพูดถึงคือการที่ตัวละครจาก Final Fantasy VII ไปปรากฏตัวในเกมต่อสู้อาร์เคด Ehrgeiz: God Bless the Ring เวอร์ชันอาร์เคดเล่นได้ทั้ง Cloud และ Tifa ส่วนเวอร์ชันคอนโซลเพิ่ม Sephiroth, Yuffie, Vincent และ Zack เป็นครอสโอเวอร์ที่สร้างความตื่นเต้นให้แฟน ๆ ในเวลานั้นไม่น้อย

ปัจจุบันโปรเจกต์รีเมกของ Final Fantasy VII ถูกวางแผนเป็นไตรภาค ภาคแรก Final Fantasy VII Remake เล่าเรื่องจนถึงการหลบหนีจาก Midgar ส่วนภาคสอง Final Fantasy VII Rebirth เดินทางต่อไปถึง Forgotten Capital และวางจำหน่ายแล้ว

สำหรับภาคจบ ผู้กำกับ Naoki Hamaguchi เคยให้สัมภาษณ์ว่าประสบการณ์การเล่นหลักแทบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว และตอนนี้อยู่ในช่วงเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้าย แฟน ๆ จึงต้องรอติดตามข่าวกันต่อไป

แม้เวลาจะผ่านไปเกือบสามทศวรรษ Final Fantasy VII ก็ยังเป็นเกมที่ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากจำวันที่ได้สัมผัสอนาคตของเกมเป็นครั้งแรกได้เสมอ

Comments

Popular posts from this blog

Dragon Ball เปิดยุคใหม่ ประกาศทั้งอนิเมะ Dragon Ball Super: The Galactic Patrol และโปรเจกต์เกม AGE 1000

เปิดตัวเวอร์ชัน Enhanced “Dragon Ball Super: Beerus” เตรียมออกอากาศปี 2026

ครบรอบ 30 ปี Guardian Heroes สุดยอด 2D แอ็กชัน RPG ที่รีดพลัง Sega Saturn จนถึงขีดสุด

Super Mario Bros. Wonder เวอร์ชันใหม่ เพิ่ม Meetup เต็มรูปแบบบน Nintendo Switch 2

วันนี้เป็นวันครบรอบ Biohazard 4 บน GameCube เกมที่เปลี่ยนทิศทางของซีรีส์ไปตลอดกาล

comcept บริษัทพัฒนาเกมที่ Keiji Inafune ร่วมก่อตั้ง ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ

Nintendo Switch จ่อขึ้นแท่นเครื่องเกมขายดีที่สุดของ Nintendo

ดราม่า Epic Games Store ระอุอีกครั้ง หลังผู้บริหาร Baldur’s Gate 3 ตั้งคำถาม ก่อน Remedy ออกมาชี้แจง

วันนี้ครบรอบ Biohazard 2 การพบกันครั้งแรกของ Leon และ Claire

Final Fantasy VII ออริจินัล เตรียมออกเวอร์ชันใหม่บน PC ผ่าน Steam