Dreamcast: คอนโซลสุดล้ำที่กลายเป็นตำนานบทสุดท้ายของ SEGA
Dreamcast คือเครื่องเล่นเกมบ้านเครื่องสุดท้ายที่ SEGA วางจำหน่ายในชื่อบริษัท SEGA Enterprises ก่อนจะเปลี่ยนเป็น SEGA ในเวลาต่อมา แฟนเกมเรียกกันสั้นๆ ว่า DC หรือ ดรีมแคสต์ เครื่องนี้เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 1998 และเป็นคอนโซลเจเนอเรชันที่ 6 เครื่องแรกที่วางขายในตลาด ถือเป็นการเปิดยุคใหม่ของเกมสามมิติพร้อมแนวคิดเรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจัง
แม้ได้รับคำชมว่า “ล้ำยุคเกินเวลา” แต่ Dreamcast ก็กลายเป็นทั้งความหวังครั้งสุดท้าย และบทสรุปของธุรกิจฮาร์ดแวร์คอนโซลของ SEGA
จุดเริ่มต้น: จากความพ่ายแพ้ของ Saturn ถึงความหวังใหม่ชื่อ Dreamcast
กลางยุค 90 SEGA เผชิญการแข่งขันอย่างหนัก หลัง PlayStation ของ Sony ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทต้องเร่งสร้างคอนโซลรุ่นใหม่เพื่อทวงตลาดคืน การพัฒนา Dreamcast เริ่มขึ้นราวปี 1996–1997 โดยมีข่าวลือเกี่ยวกับความร่วมมือกับ Microsoft และการใช้ชิปประมวลผลใหม่อย่าง Hitachi SH-4 พร้อมชิปกราฟิก PowerVR2 ที่พัฒนาร่วมกับ NEC และ VideoLogic
แม้แคมเปญเปิดตัวจะสร้างกระแสความสนใจได้มาก แต่เบื้องหลังกลับมีปัญหาใหญ่เรื่องการผลิตชิปกราฟิกที่ทำได้ไม่เพียงพอ ทำให้เครื่องออกสู่ตลาดได้น้อยกว่าความต้องการ และทำให้เกมหลายเกมต้องเลื่อนกำหนดวางจำหน่ายตามไปด้วย
เปิดตัวแรง แต่สะดุดตั้งแต่เริ่ม
Dreamcast ขายหมดในวันแรกที่วางจำหน่าย แต่ปัญหา “ของไม่มีขาย” ทำให้กระแสเริ่มตก อีกทั้งยังขาดเกมเด่นในช่วงเปิดตัว ทำให้การเริ่มต้นไม่ราบรื่นอย่างที่คาดหวัง
ตลอดปี 1999–2000 แม้จะมีเกมคุณภาพสูงออกมาหลายเกม เช่น Sonic Adventure, Soul Calibur, Seaman และ Phantasy Star Online แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสู้ความแข็งแกร่งของ PlayStation ที่มีฐานผู้ใช้จำนวนมากอยู่แล้ว และเมื่อ PlayStation 2 เปิดตัวในปี 2000 สถานการณ์ของ Dreamcast ก็ยิ่งยากขึ้น
ยอดขายไม่ฟื้น และการตัดสินใจครั้งสำคัญของ SEGA
หลังจากขาดทุนต่อเนื่องและมีสต็อกเครื่องค้างอยู่เป็นจำนวนมาก SEGA ประกาศในวันที่ 31 มกราคม 2001 ว่าจะยุติการผลิตฮาร์ดแวร์คอนโซล และหันไปพัฒนาเกมให้แพลตฟอร์มอื่นแทน นั่นทำให้ Dreamcast กลายเป็นคอนโซลบ้านเครื่องสุดท้ายของบริษัทอย่างเป็นทางการ
ภายหลังการหยุดผลิต เครื่องที่คงค้างในคลังถูกนำมาลดราคาขายเหลือเพียง 9,900 เยน ทำให้กลับมาขายดีในญี่ปุ่นช่วงหนึ่ง แต่ก็ไม่อาจพลิกสถานการณ์โดยรวมได้
ฮาร์ดแวร์: เล็กแต่ทรงพลัง และล้ำหน้ากว่ายุคของมัน
Dreamcast มาพร้อมเทคโนโลยีที่ถือว่าก้าวหน้าอย่างมากในช่วงปลายยุค 90 ไม่ว่าจะเป็น
- CPU SH-4 และ GPU PowerVR2 ที่ให้กราฟิกคุณภาพสูง
- การรองรับ Windows CE ซึ่งช่วยให้สตูดิโอพัฒนาเกมได้สะดวกขึ้น แม้หลายค่ายเลือกใช้ระบบเฉพาะของ SEGA
- สื่อ GD-ROM ที่ SEGA ร่วมพัฒนากับ Yamaha มีความจุสูงกว่า CD
- คอนโทรลเลอร์ที่ใช้ Visual Memory (VMU) ซึ่งเป็นเมมโมรีการ์ดแบบมีหน้าจอและสามารถเล่นมินิเกมได้
- โมเด็มในตัวสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งถือว่าล้ำหน้าเมื่อเทียบกับคอนโซลคู่แข่งในยุคเดียวกัน
เกมเด่นบน Dreamcast
แม้จะเผชิญปัญหาเรื่องการผลิต แต่ Dreamcast ก็มีเกมที่ได้รับคำชมออกมามากมาย เช่น
- Sonic Adventure
- Soul Calibur
- Shenmue
- Phantasy Star Online
- Jet Set Radio
- Resident Evil CODE: Veronica
หลังหยุดผลิตแล้ว เกมจากต่างประเทศยังคงวางจำหน่ายต่อเนื่องจนถึงปี 2007 และทุกวันนี้ยังมีนักพัฒนาอินดี้ทำเกมลงเครื่องนี้อยู่ประปราย
มรดกของ Dreamcast: เครื่องที่มาก่อนเวลา
ถึงแม้ Dreamcast จะไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย แต่ก็ทิ้งร่องรอยสำคัญในประวัติศาสตร์เกม ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันเกมออนไลน์บนคอนโซล วิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีที่ไปไกลกว่าคู่แข่ง และเกมระดับคลาสสิกจำนวนมากที่ยังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง
ในปี 2018 SEGA ยังจัดทำเว็บไซต์ฉลองครบรอบ 20 ปีของเครื่องนี้ แสดงให้เห็นว่าแม้เวลาจะผ่านไปนาน ความผูกพันของแฟน ๆ ต่อ Dreamcast ก็ยังคงอยู่
สรุป
Dreamcast เป็นตัวอย่างของคอนโซลที่ก้าวล้ำเกินยุค ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และแนวคิด แม้จะเป็นบทสรุปของการทำคอนโซลของ SEGA แต่ก็เป็นบทสรุปที่ยังคงอยู่ในใจแฟนเกม และเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของวงการเกมโลก
Comments
Post a Comment