โปรดิวเซอร์เผยเบื้องหลัง Ganbare Goemon Daishugo! รวม 13 เกมคลาสสิกที่แทบไม่เคยพอร์ต
Konami Digital Entertainment เตรียมวางจำหน่าย Ganbare Goemon Daishugo! ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 โดยเป็นชุดรวมเกมจากซีรีส์ Goemon ถึง 13 ภาค หลายเกมในชุดนี้แทบไม่เคยถูกพอร์ตมาสู่แพลตฟอร์มสมัยใหม่มาก่อน ทำให้โปรเจกต์นี้กลายเป็นหนึ่งในคอลเลกชันที่แฟน ๆ รอคอยมานาน
โปรเจกต์นี้ดูแลโดยโปรดิวเซอร์ Ryosaku Ueno ซึ่งก่อนหน้านี้เคยรับหน้าที่เดียวกันใน Gradius Origin Collection
Ueno เล่าว่า เกม Goemon จำนวนมากแทบไม่มีช่องทางให้เล่นบนเครื่องยุคใหม่เลย แม้บางภาคจะเคยมีให้เล่นผ่าน Nintendo Virtual Console แต่บริการดังกล่าวก็ยุติไปแล้ว ทำให้เกมหลายภาคค่อย ๆ หายไปจากสายตาของผู้เล่นรุ่นใหม่ เมื่อซีรีส์กำลังเข้าใกล้การครบรอบ 40 ปี ทีมงานจึงมองว่าถึงเวลาที่ควรนำเกมเหล่านี้กลับมาอีกครั้ง
แรงผลักดันอีกอย่างหนึ่งมาจากฆวามอยากเล่นเกมโปรดของทีมงานเองบนเครื่องยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Ganbare Goemon Gaiden 2: Tenka no Zaiho, Ganbare Goemon: Yukihime Kyushutsu Emaki และ Ganbare Goemon 2: Kiteretsu Shogun McGuinness
เมื่อกลับไปลองเล่นเวอร์ชันต้นฉบับอีกครั้ง หลายคนก็พบว่าบางช่วงของเกมยากกว่าที่จำได้ โดยเฉพาะด่าน Ryujin Lake ใน McGuinness ที่ทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า ตอนเด็ก ๆ ผ่านมันมาได้อย่างไร
ด้วยเหตุนี้ เวอร์ชันคอลเลกชันจึงเพิ่มฟีเจอร์สมัยใหม่เข้ามา เช่นระบบย้อนเวลา (rewind) และ quick save / load เพื่อให้เหมาะกับการเล่นในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นจำนวนไม่น้อยในวันนี้ก็คือแฟนรุ่นเดิมที่เติบโตขึ้นแล้ว
การพอร์ตครั้งนี้ยังได้ร่วมมือกับ M2 บริษัทที่ขึ้นชื่อด้านการนำเกมคลาสสิกกลับมาปรับปรุงใหม่ หนึ่งในฟีเจอร์ที่ทีมงานให้ความสำคัญคือ Turbo Mode สำหรับเกม RPG อย่าง Ganbare Goemon Gaiden และ Ganbare Goemon Gaiden 2: Tenka no Zaiho ซึ่งช่วยเร่งความเร็วของเกม ทำให้จังหวะการเล่นลื่นไหลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในด้านการจำลองเกมจากยุค Super Famicom ทีมพัฒนาไม่ได้ตั้งเป้าจะถอดแบบทุกอย่างจากต้นฉบับแบบ 100% รวมถึงอาการหน่วงของเครื่อง แต่เลือกปรับสมดุลบางจุดเพื่อให้ประสบการณ์โดยรวมเล่นได้ลื่นและสนุกขึ้น ขณะเดียวกัน ROM ที่ใช้ในคอลเลกชันส่วนใหญ่ก็เป็นเวอร์ชันแก้บั๊กสุดท้ายของเกม ซึ่งอาจแตกต่างจากเวอร์ชันที่นักสปีดรันนิยมใช้
เดิมทีโปรเจกต์นี้มีแผนค่อนข้างเรียบง่าย คือรวมเกม Famicom สองภาคแรก และเกมจากยุค Super Famicom อีกสี่ภาค แต่เมื่อเริ่มพัฒนาและพูดคุยกับทีม M2 ไอเดียใหม่ ๆ ก็ถูกเติมเข้ามาเรื่อย ๆ จนรายชื่อเกมขยายใหญ่ขึ้น เกมที่ถูกเพิ่มเข้ามาในภายหลัง ได้แก่
- Ganbare Goemon Gaiden
- Ganbare Goemon Gaiden 2: Tenka no Zaiho
- Soreyuke Ebisu Maru: Karakuri Meiro Kieta Goemon no Nazo!!
- Ganbare Goemon: Sarawareta Ebisu Maru
- Ganbare Goemon: Hoshizorashi Dynamites Arawaru!!
- Ganbare Goemon: Kurofune To no Nazo
- Ganbare Goemon: Tengu To no Gyakushu
เข้าไปด้วย เพื่อให้คอลเลกชันสามารถสะท้อนภาพรวมของซีรีส์ในแต่ละยุคได้ครบมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เกมอย่าง Ganbare Goemon: Mononoke Dochuu Tobidase Nabebugyo! ไม่ได้ถูกรวมอยู่ในชุดนี้ แม้จะเป็นเกมในซีรีส์เดียวกันก็ตาม เนื่องจากภาคดังกล่าวมีระบบเชื่อมโยงกับเกม Nintendo 64 อย่าง Goemon Mononoke Sugoroku
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับคอลเลกชันนี้คือโหมดดูคู่มือเกมแบบดิจิทัล ทีมงานสามารถนำคู่มือฉบับจริงที่เก็บรักษาไว้ในคลังของบริษัทมาสแกนและใส่ไว้ในเกมได้ เมื่อกลับมาเปิดดูอีกครั้ง หลายคนก็รู้สึกว่าคู่มือในยุคนั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งในด้านงานออกแบบและสำนวนการเขียนที่สะท้อนบรรยากาศของเกมยุค 80–90 ได้อย่างชัดเจน
Ganbare Goemon Daishugo! มีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 บน Steam, PlayStation 5 และ Nintendo Switch โดยนอกจากการรวมเกมจำนวนมากไว้ในชุดเดียวแล้ว ฟีเจอร์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่เพิ่มเข้ามายังช่วยให้เกมคลาสสิกเหล่านี้เล่นได้สนุกและเข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับผู้เล่นในยุคปัจจุบัน
Comments
Post a Comment