Tales of Phantasia ครบรอบ 30 ปี

จุดเริ่มต้นของซีรีส์ Tales of กับเรื่องราวดราม่าและตัวละครที่โดดเด่นตั้งแต่ภาคแรก

Tales of Phantasia

ซีรีส์ RPG ชื่อดัง Tales of เดินทางมาถึงหมุดหมายสำคัญ ครบรอบ 30 ปีเป็นที่เรียบร้อย และจุดเริ่มต้นของทุกอย่างต้องย้อนกลับไปที่ Tales of Phantasia ภาคแรกของซีรีส์ ซึ่งวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 1995 ผลงานชิ้นนี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมตัวตนของ Tales of มาจนถึงปัจจุบัน

แม้ในช่วงเวลานั้น ฮาร์ดแวร์รุ่นถัดไปจะเริ่มเข้ามามีบทบาทแล้ว แต่ Tales of Phantasia บน Super Famicom ก็ยังสร้างความแปลกใหม่ได้อย่างชัดเจน ตัวเกมนำเสนออารมณ์แบบอนิเมะอย่างจริงจัง ตั้งแต่ฉากเปิดที่มีเพลงร้องประกอบ ไปจนถึงการใส่เสียงพากย์จากนักพากย์จริง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่พบได้ยากมากในเกม RPG ยุคนั้น และกลายเป็นจุดที่สร้างความประทับใจให้กับผู้เล่นจำนวนมาก

ระบบการต่อสู้ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ ด้วยการนำ Linear Motion Battle System (LMBS) มาใช้ ทำให้การต่อสู้เน้นแอ็กชันและการควบคุมแบบเรียลไทม์ แตกต่างจาก RPG แนวเลือกคำสั่งที่เป็นกระแสหลักในสมัยนั้น การได้ควบคุมตัวละครและขยับตัวต่อสู้ด้วยตัวเองให้ความรู้สึกสดใหม่ แม้ระดับความยากจะค่อนข้างสูง แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทายและความสนุก

หากพูดถึงเอกลักษณ์ของซีรีส์ Tales of อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนนึกถึงคือการตั้งคำนิยามแนวเกมในลักษณะ “RPG แห่ง…” แนวคิดนี้เริ่มใช้อย่างจริงจังใน Tales of Destiny กับคำว่า “RPG แห่งโชคชะตา” ส่วน Tales of Phantasia เองก็ได้รับคำนิยามว่า “RPG แห่งตำนาน” เช่นกัน แม้คำนี้จะถูกเพิ่มเข้ามาภายหลัง ในช่วงที่มีการรีเมกลงบน PlayStation

เนื้อเรื่องของเกมเล่าถึงการผจญภัยของ Cress และพรรคพวก ที่ต้องเดินทางข้ามกาลเวลาเพื่อหยุดยั้งการฟื้นคืนชีพของจอมมาร Dhaos อย่างไรก็ตาม เรื่องราวไม่ได้ดำเนินไปในกรอบของความดีและความชั่วแบบตรงไปตรงมา ตั้งแต่ช่วงต้น ผู้เล่นต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่ และเมื่อเรื่องราวดำเนินไป ก็เริ่มเผยให้เห็นว่าศัตรูอย่าง Dhaos ไม่ได้เป็นเพียงวายร้ายแบบขาวดำ ส่งผลให้เนื้อเรื่องเต็มไปด้วยดราม่าและความน่าติดตาม

ในเวอร์ชัน PlayStation ที่วางจำหน่ายในปี 1998 ยังมีประโยคหนึ่งที่กลายเป็นตำนานในหมู่แฟนเกม นั่นคือคำพูดของ Cress

「僕は絶対にダオスをだおす!」
(“ผมจะต้องโค่นดาออสให้ได้อย่างแน่นอน!”)

ประโยคนี้ไม่ได้มาจากเนื้อเรื่องหลัก แต่ปรากฏในระบบ Face Chat ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นกดดูบทสนทนาระหว่างตัวละครระหว่างการเดินทาง บทสนทนาเหล่านี้มีทั้งคำใบ้ในการผจญภัยและบทพูดคุยสบายๆ ที่ช่วยเสริมมิติและเสน่ห์ของตัวละครได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อมองย้อนกลับไป องค์ประกอบที่ทำให้ซีรีส์ Tales of ถูกพูดถึงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ตัวละครที่มีบุคลิกชัดเจน หรือการผสมผสานกลิ่นอายอนิเมะเข้ากับเกม RPG ล้วนถูกวางรากฐานไว้ตั้งแต่ Tales of Phantasia ภาคแรกแล้ว ผลงานชิ้นนี้จึงไม่ใช่เพียงเกมเปิดซีรีส์ แต่เป็นต้นแบบที่กำหนดทิศทางของ Tales of ตลอดหลายทศวรรษ

ในโอกาสครบรอบ 30 ปี เว็บไซต์ทางการ Tales Channel+ ได้เผยแพร่วิดีโอ Memoria Movie เพื่อให้แฟนๆ ได้ย้อนรำลึกถึงเส้นทางที่ผ่านมาและความทรงจำของซีรีส์

ปี 2025 ยังถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของ Tales of เมื่อ ufotable สตูดิโออนิเมชันที่รับหน้าที่ดูแลพาร์ตแอนิเมชันของซีรีส์ตั้งแต่ Tales of Xillia เป็นต้นมา ได้เผยคีย์วิชวลพิเศษฉลองครบรอบ 30 ปี สร้างกระแสพูดถึงในหมู่แฟนเกมอย่างกว้างขวาง

Tales of Series

ขณะเดียวกัน โปรเจกต์ Tales of Series Remaster Project ที่เริ่มต้นในปี 2024 ก็เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการรักษามรดกของซีรีส์ให้ยังคงมีชีวิตอยู่ หลังผ่านไป 30 ปี Tales of Phantasia ยังคงถูกกล่าวถึงในฐานะต้นกำเนิดอันแข็งแกร่งของ Tales of และทำให้แฟนๆ อดตั้งตารอไม่ได้ว่า ในอนาคตจะมีผลงานใดถูกหยิบกลับมาเล่าใหม่อีกครั้ง

Comments

Popular posts from this blog

กอดตัวเองในวันวาน: ทำไมการเล่นเกมเก่า ถึงช่วยเยียวยาใจในวันที่ Burnout

Yakuza Kiwami 3 / Yakuza 3 Gaiden เพิ่มเกมอาร์เคด NAOMI อย่าง Slashout

“เรากำลังทำให้มันเป็นเวอร์ชัน Masterpiece” โปรดิวเซอร์ Dragon Quest VII กับการกลับมาแก้ไขตำนานที่เคยไม่สมบูรณ์

Bare Knuckle II: Shitou e no Requiem

SEGA เปิดฉากฉลอง 35 ปี “Sonic the Hedgehog” พร้อมเว็บไซต์และเทรลเลอร์พิเศษ

Garou Densetsu: City of the Wolves Season 2 เปิดศึก 22 มกราคม

Namco กับ Namcot ต่างกันยังไง? เรื่องที่ผมคาใจมาตั้งแต่เด็ก

จาก System 16 สู่วิถี Mega Drive การเดินทางครั้งใหม่ของ SEGA

Breaking News: Instagram ถูกเจาะข้อมูลครั้งใหญ่

ปริศนาไขกระจ่าง A・B แล้วทำไมเป็น X・Y จุดเริ่มจาก SFC