ครบรอบวันวางจำหน่าย Dragon Quest IV จุดเริ่มต้น Tenku Series และตำนาน Clift ร่าย Zaki
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1990 คือวันที่ Dragon Quest IV: Michibikareshi Monotachi วางจำหน่ายบนเครื่อง Family Computer ผลงานภาคที่ 4 ของซีรีส์ RPG ขวัญใจคนญี่ปุ่น และยังเป็น Dragon Quest ภาคสุดท้ายที่ปรากฏบนฮาร์ดแวร์ 8-bit ของ Nintendo
ในยุคที่ Dragon Quest III สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วประเทศ ภาคต่อจึงถูกจับตามองอย่างมาก และสำหรับเด็กหลายคนในเวลานั้น นี่คือหนึ่งในตลับเกมที่อยากได้ตั้งแต่วันแรกที่วางขาย
Dragon Quest IV ไม่ได้เป็นเพียงภาคต่อที่ใหญ่ขึ้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ Tenku Series พร้อมนำเสนอรูปแบบการเล่าเรื่องที่แตกต่างจาก RPG ส่วนใหญ่ในยุคนั้นอย่างชัดเจน
Omnibus RPG เมื่อโชคชะตาพาหลายชีวิตมาบรรจบกัน
เอกลักษณ์สำคัญของภาคนี้คือการเล่าเรื่องแบบ Omnibus แบ่งออกเป็น 5 บท ให้ผู้เล่นติดตามเรื่องราวของตัวละครแต่ละกลุ่ม ก่อนที่เส้นทางทั้งหมดจะมาบรรจบกัน
- บทที่ 1: Ryan อัศวินผู้ยึดมั่นในหน้าที่
- บทที่ 2: Alena เจ้าหญิงนักสู้ พร้อม Clift และ Burai
- บทที่ 3: Torneko พ่อค้าที่ใฝ่ฝันจะประสบความสำเร็จ
- บทที่ 4: สองพี่น้อง Manya และ Minea ผู้เดินทางเพื่อล้างแค้น
- บทที่ 5: การมาถึงของ Hero และการรวมตัวของเหล่าผู้ถูกชักนำ
วิธีเล่าเรื่องลักษณะนี้ช่วยให้ผู้เล่นค่อย ๆ ผูกพันกับตัวละคร ได้เห็นแรงผลักดันและเป้าหมายของแต่ละคน ส่งผลให้ช่วงรวมทีมในบทสุดท้ายทรงพลังยิ่งขึ้น
Torneko กับ RPG ที่ไม่ได้วัดกันแค่การต่อสู้
หนึ่งในบทที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเรื่องราวของ Torneko เพราะแทนที่จะออกเดินทางปราบปีศาจ เป้าหมายของเขากลับเป็นการสร้างตัวในฐานะพ่อค้า
ผู้เล่นต้องทำงานในร้านอาวุธ บริหารเงินทุน ซื้อของมาขายไป และใช้ไอเท็มจากมอนสเตอร์สร้างกำไร เกมเพลย์ที่เน้นเศรษฐกิจแบบนี้ถือว่าแปลกใหม่มากในยุค Famicom และแสดงให้เห็นว่า RPG สามารถเล่าเรื่องชีวิตธรรมดาให้น่าติดตามได้ไม่แพ้การกอบกู้โลก
ระบบ AI ที่ล้ำสมัย และภาพจำของ Clift
Dragon Quest IV เป็นหนึ่งในเกมยุคแรก ๆ ที่นำระบบ AI มาใช้กับเพื่อนร่วมทีม ผู้เล่นสามารถตั้งกลยุทธ์แล้วปล่อยให้ตัวละครเลือกคำสั่งต่อสู้เอง แนวคิดนี้ถือว่าก้าวหน้าไม่น้อยสำหรับเวลานั้น
อย่างไรก็ตาม AI ยังไม่ฉลาดนัก หลายคนยังจำภาพของ Clift ที่พยายามร่าย Zaki หรือ Zaraki ใส่ศัตรูที่แทบไม่มีทางโดนได้ โดยเฉพาะในการต่อสู้สำคัญ ความดื้อของ AI กลายเป็นทั้งความน่าปวดหัวและเสน่ห์เฉพาะตัว จนทำให้ตัวละครนี้ถูกพูดถึงเสมอเมื่อย้อนนึกถึงภาคนี้
เสน่ห์ของเวอร์ชัน Famicom ที่ยังถูกจดจำ
แม้ปัจจุบันจะมีเวอร์ชันสมาร์ตโฟนให้เล่น พร้อมเนื้อหาเพิ่มเติมอย่างบทที่ 6 แต่สำหรับผู้เล่นจำนวนมาก เวอร์ชัน Famicom ก็ยังมีบรรยากาศที่ทดแทนไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคกึ่งบั๊กอย่างการซื้อเหรียญคาสิโนจำนวนมากในราคาผิดปกติ หรือการเลือก "หนี" ซ้ำ ๆ จนการโจมตีถัดไปกลายเป็นคริติคอล รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้สะท้อนเสน่ห์ของเกมยุค 8-bit ได้อย่างชัดเจน และแน่นอน รวมถึง AI ที่คาดเดาไม่ได้ของ Clift เพราะบางครั้งความไม่สมบูรณ์แบบนี่เองที่ทำให้ความทรงจำยิ่งชัดเจน
ถึงเวลาของการรีเมคหรือยัง
เมื่อ Dragon Quest ภาคต้น ๆ ถูกนำกลับมาสร้างใหม่ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่แฟน ๆ จะเริ่มตั้งคำถามว่า ภาคที่เปิดฉาก Tenku Series จะได้รับการรีเมคบ้างหรือไม่
Dragon Quest IV คือหนึ่งในภาคที่มีทั้งโครงสร้างเรื่องราวแข็งแรง ตัวละครน่าจดจำ และความกล้าทดลองที่ยังดูสดใหม่แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี หากถูกนำกลับมาปรับโฉมอีกครั้ง ก็มีศักยภาพมากพอจะดึงดูดทั้งผู้เล่นรุ่นเก่าและรุ่นใหม่
และหากวันนั้นมาถึง เชื่อว่าหลายคนคงพร้อมออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อกลับไปพบกับการผจญภัยบนท้องฟ้า และเสียงร่าย Zaki ที่อาจดังขึ้นในจังหวะที่ไม่ควรจะเป็นเหมือนเดิม
Comments
Post a Comment