Bahamut Lagoon SRPG จาก Square ที่กาลเวลาไม่อาจทำให้เลือนหาย
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1996 Square (ปัจจุบันคือ Square Enix) ได้วางจำหน่าย Bahamut Lagoon บนเครื่อง Super Famicom เกมแนว tactical RPG ที่โดดเด่นทั้งด้านระบบการเล่นและการเล่าเรื่อง จนกลายเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญของเกมวางแผนยุค 90 ที่แฟนจำนวนมากยังคงจดจำ
ตัวเกมผสมผสานกลยุทธ์เข้ากับดราม่าได้อย่างลงตัว พร้อมระบบมังกรที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้แตกต่างจากเกมร่วมยุค และทำให้มันถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้
เรื่องราวบนโลกที่ลอยอยู่บนฟ้า
เหตุการณ์เกิดขึ้นในโลก “Orelus” ดินแดนที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้า ผู้เล่นรับบทเป็น Byuu กัปตันกองทัพมังกร (War Dragon Squadron) ที่ต้องนำพรรคพวกต่อสู้กับจักรวรรดิ Granbelos และค่อย ๆ เข้าไปพัวพันกับปริศนา “ตำนานมังกรศักดิ์สิทธิ์”
นอกเหนือจากเส้นเรื่องสงคราม เกมยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของตัวละคร โดยเฉพาะระหว่าง Byuu กับนางเอก Yoyo รวมถึงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงของสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง
ระบบการเล่นโดดเด่นด้วยการจับคู่ยูนิตเข้ากับมังกรในสนามรบ และระบบให้อาหารเพื่อพัฒนามังกรให้แข็งแกร่งขึ้น ผู้เล่นจึงรู้สึกเหมือนกำลังเลี้ยงสิ่งมีชีวิตที่เติบโตไปพร้อมกับกองทัพของตัวเอง
เบื้องหลังการพัฒนา
แนวคิดของเกมมาจาก Hitoshi Sasaki ซึ่งรับหน้าที่เป็น chief game designer และ chief graphic designer โดยก่อนหน้านี้เขาเคยสร้างผลงานด้านกราฟิกให้ Final Fantasy VI และอยากพัฒนาโปรเจกต์ลักษณะนี้มานาน
จุดเริ่มต้นเกิดจากข้อเสนอของโปรแกรมเมอร์ Hiroshi Ono ที่ต้องการให้ทีมพัฒนาหน้าใหม่ของ Square ได้สร้างผลงานของตัวเอง เดิมทีเกมถูกออกแบบให้เป็น RPG แบบดั้งเดิมที่มีการสุ่มศัตรู ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางสู่เกมวางแผนเชิงกลยุทธ์ และได้รับไฟเขียวจาก Hironobu Sakaguchi
การพัฒนาเริ่มขึ้นในปี 1994 ภายใต้ฝ่ายพัฒนา Division 6 และใช้เวลาราวสองปี
- ผู้กำกับ: Kazushige Nojima อดีตนักเขียนจากซีรีส์ Glory of Heracles
- โปรดิวเซอร์: Tadashi Nomura
- ผู้วางโครงเรื่องและอีเวนต์: Motomu Toriyama
โลกของเกมได้รับแรงบันดาลใจจากความทรงจำของ Sasaki ที่เคยบินเหนือคาบสมุทร Izu และต้องการถ่ายทอดความรู้สึกของ “ลากูนที่ลอยอยู่” ขณะที่บทเนื้อหาซึ่งเต็มไปด้วยความสัมพันธ์ซับซ้อนและการหักหลัง ก็ได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ชีวิตของ Toriyama
ระบบต่อสู้ถูกออกแบบโดย Takatsuga Nakazawa ให้ท้าทายแต่ยังคงสมดุล ส่วนระบบเพาะเลี้ยงมังกรถูกเพิ่มเข้ามาในช่วงครึ่งหลังของการพัฒนา และกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ผลักให้เกมเดินสู่แนว tactical RPG อย่างเต็มตัว
ทีมงานตั้งใจให้มังกรเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความคิดของตัวเอง ไม่ใช่เพียงสมาชิกในปาร์ตี้ จึงให้ AI ควบคุมพฤติกรรม หลายไอเดียต้องถูกตัดออกเพราะข้อจำกัดด้านความจุ เช่น แนวคิดที่มังกรจะต่อสู้หรือกินกันเองระหว่างศึก
ดนตรีที่มุ่งสู่ความยิ่งใหญ่แบบออร์เคสตรา
เพลงประกอบแต่งและเรียบเรียงโดย Noriko Matsueda นับเป็นผลงานเกมใหญ่ลำดับที่สองของเธอหลังจากร่วมทำ Front Mission โดยมี Teruaki Sugawara เป็น sound engineer และ Hidenori Suzuki รับหน้าที่ sound programmer
เป้าหมายของ Matsueda คือการสร้างซาวด์ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงดนตรีออร์เคสตรา แม้จะต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ เธอจึงใช้เทคนิคอย่างรีเวิร์บ มิติของเสียง และการบาลานซ์ เพื่อเพิ่มความยิ่งใหญ่ให้กับบทเพลง
เธอยังให้ความสำคัญกับอารมณ์ของผู้เล่น จึงออกแบบเพลงให้ช่วยดึงอินกับเรื่องราวก่อนจะจับคู่กับพื้นที่ต่าง ๆ ในเกม อัลบั้มซาวฎ์แทร็กอย่างเป็นทางการวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1996
การกลับมาในยุคดิจิทัล
หลังจากยุค Super Famicom ตัวเกมถูกนำกลับมาให้เล่นอีกครั้งผ่านบริการ Virtual Console โดยเปิดให้ดาวน์โหลดบน Wii ในปี 2009 และ Wii U ในปี 2014 ทำให้ผู้เล่นรุ่นใหม่ได้มีโอกาสสัมผัสผลงานคลาสสิกชิ้นนี้
แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี Bahamut Lagoon ก็ยังถูกพูดถึงในฐานะ tactical RPG ที่กล้าทดลอง ทั้งด้านระบบมังกร การเล่าเรื่องที่จริงจัง และบรรยากาศแฟนตาซีที่แตกต่าง หากคุณสนใจเกมวางแผนยุค 90 นี่คืออีกหนึ่งผลงานสำคัญที่ควรหาโอกาสเล่นสักครั้ง
Comments
Post a Comment