เกมหายากระดับตำนานของ NEOGEO ราคาพุ่งแตะหลักล้านเยน
ในโลกของเกมเรโทร มีเกมจำนวนไม่น้อยที่ราคาขยับจากหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนเยน แต่บางตลับกลับทะยานขึ้นไปถึงระดับ “หลายล้านเยน” จนกลายเป็นของสะสมที่นักสะสมทั่วโลกต่างตามหา
เรื่องราวนี้ถ่ายทอดโดย Otake Tsuyoshi ผู้จัดการร้าน Hard-Off Tokyo Lab สาขา Kichijoji และนักสะสมเกมตัวยง ผู้หยิบซอฟต์ของ NEOGEO มาพูดถึง พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าเหตุใดเครื่องเกมในฝันของยุค 90 เครื่องนี้จึงยังเปล่งประกายในตลาดนักสะสม
เครื่องแพง เกมก็แพง แต่แฟนตัวจริงยอมจ่าย
NEOGEO เปิดตัวในปี 1990 พร้อมจุดขายว่าให้ประสบการณ์ระดับอาร์เคดที่บ้านได้แทบไม่ต่างจากในเกมเซ็นเตอร์ ราคาตัวเครื่องอยู่ที่ 58,000 เยน ส่วนตลับเกมเฉลี่ยราว 30,000 เยน
ในเวลานั้น หลายคนมองว่าการจ่ายเงินขนาดนี้เพื่อเล่นเกมเป็นเรื่องเกินตัว ช่วงแรกจึงมีบริการให้เช่า ก่อนจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างจริงจังในเวลาต่อมา
แต่สำหรับ Otake เหตุผลก็เรียบง่าย เขาแค่อยากได้มันเท่านั้น
เกมชุดแรกที่เขาครอบครองคือ
- Garou Densetsu (Fatal Fury) ปี 1991
- 8 Man เกมแอ็กชันเดินด้านข้างจากมังงะชื่อดัง
หลังจากนั้น เมื่อมีตลับใหม่ออกวางจำหน่าย เขาก็มักซื้อเพิ่มอยู่เสมอ
เกมฮิตยังราคาไม่แรง เพราะผลิตจำนวนมาก
เมื่อกระแสเกมต่อสู้เฟื่องฟู NEOGEO ก็ยิ่งได้รับความนิยม เกมดังจากอาร์เคดอย่าง SAMURAI SPIRITS และ Ryuuko no Ken 2 (Art of Fighting 2) ถูกผลิตออกมาจำนวนมาก ส่งผลให้เวอร์ชันสำหรับเล่นที่บ้านไม่ได้มีราคาสูงเกินจริงในปัจจุบัน
ตัวอย่างเช่น
- Garou Densetsu 2 สภาพครบกล่อง ราคาอยู่ราว 8,800 เยน
- ภาคแรกที่หายากกว่ายังขายประมาณ 33,000 เยน ซึ่งใกล้เคียงกับราคาตั้งต้น
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาเกมของ NEOGEO ยังมีบางตลับที่หายากอย่างแท้จริง
Chibi Maruko-chan เกมควิซที่ราคาขึ้นไปถึงหลักล้าน
หนึ่งในเกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Chibi Maruko-chan: Maruko Deluxe Quiz (1996) ตลับที่ขึ้นชื่อเรื่องความหายาก และเคยมีรายงานว่าถูกซื้อขายกันในระดับหลายล้านเยน
เหตุผลก็พอเดาได้ ผู้เล่นที่ซื้อ NEOGEO มักต้องการเกมต่อสู้หรือเกมคุณภาพอาร์เคด จึงแทบไม่มีใครอยากจ่ายหลายหมื่นเยนเพื่อเกมควิซจากอนิเมะ ยอดผลิตจึงต่ำ และกลายเป็นของสะสมที่แทบไม่เคยเห็นในตลาด
Metal Slug ความหายากที่มาพร้อมของปลอม
ซีรีส์ Metal Slug โดยเฉพาะภาค 1 ถึง 3 มีราคาพุ่งไปถึงหลักแสนเยน ความต้องการที่สูงมากทำให้มีของปลอมหมุนเวียนในตลาด จนร้านค้าต้องตรวจสอบกันอย่างละเอียด
Otake ซึ่งเคยทำงานวาดพิกเซลอาร์ตมาก่อน เล่าว่าเขาประทับใจกับรายละเอียดกราฟิกของ Metal Slug อย่างมาก งานภาพแน่นทุกพิกเซลจนให้ความรู้สึกราวกับผู้สร้างทุ่มเททุกอย่างลงไป และยังทำให้นึกถึง Kaitei Daisensou (In the Hunt) ของ Irem
ในยุคนั้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ต เขาไม่รู้ว่าทั้งสองเกมมีทีมงานบางส่วนร่วมกัน มารู้ทีหลังก็ได้แต่ยิ้ม เพราะมันอธิบายความรู้สึกที่เคยสงสัยได้อย่างชัดเจน
NEOGEO CD อาจเป็นเหตุให้ตลับยิ่งหายาก
คำถามคือ ทำไม Metal Slug เวอร์ชันตลับถึงมีจำนวนน้อย ทั้งที่ตัวเกมได้รับความนิยม
Otake มองว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเปิดตัวของ NEOGEO CD ในปี 1994 เมื่อเปลี่ยนมาใช้ CD-ROM ราคาซอฟต์ก็ถูกลงมาก
แม้เครื่องจะขึ้นชื่อเรื่องเวลาโหลดที่ยาวนาน โดยเฉพาะเกมต่อสู้ที่ต้องรอหลังชนะคู่ต่อสู้แต่ละตัว แต่ Metal Slug สามารถโหลดทั้งด่านแล้วเล่นต่อได้ทันที ทำให้ประสบการณ์ไม่สะดุด ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยจึงเลือกซื้อเวอร์ชัน CD ราคาหลักพัน แทนตลับที่แพงกว่าหลายเท่า
ฝั่ง CD ก็มีเกมหายากเช่นกัน
ไม่ใช่แค่ตลับเท่านั้นที่ราคาแรง ปัจจุบันร้านของ Otake วางขาย Chou Tetsu Brikin’ger (1996) เกมยิงด้านข้างแบบครบชุดในราคาเกือบ 200,000 เยน เพราะผลิตน้อยมาก
มีรายงานของปลอมในรูปแบบตลับเช่นกัน ทั้งที่เวอร์ชันวางจำหน่ายจริงมีเฉพาะ CD เท่านั้น นักสะสมจึงต้องตรวจสอบให้ดี
เกมหายากระดับตำนานที่ไม่เคยวางขายในญี่ปุ่น
Otake ยังเผยอีกว่า สมัยทำงานกับ Technos Japan เขาเคยมีส่วนร่วมพัฒนาเกมอาร์เคดสำหรับ NEOGEO ชื่อ Kunio no Nekketsu Toukyuu Densetsu เกมดอดจ์บอลในซีรีส์ Kunio-kun
ตัวเกมถูกปล่อยในต่างประเทศก่อนภายใต้ชื่อ Super Dodge Ball แต่ก่อนจะวางขายในญี่ปุ่น บริษัทกลับล้มละลาย ทำให้เกมนี้กลายเป็นเกมหายากระดับตำนานที่ไม่เคยออกสู่ตลาดญี่ปุ่น
สิ่งที่น่าทึ่งคือ Master ROM ของเกมนั้น เขายังคงเก็บรักษาเอาไว้จนถึงทุกวันนี้
จากเครื่องเกมระดับพรีเมียม สู่ขุมทรัพย์ของนักสะสม
ครั้งหนึ่ง NEOGEO อาจถูกมองว่าเป็นเครื่องเกมที่แพงเกินเอื้อม แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันกลับกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความใฝ่ฝันของเกมเมอร์จำนวนมาก
และในตลาดนักสะสม ชื่อของ NEOGEO ก็ยังคงเปล่งประกายไม่ต่างจากอดีต โดยเฉพาะเมื่อเกมบางตลับได้ก้าวขึ้นสู่สถานะ “เกมหายากระดับตำนาน” ที่มีมูลค่าสูงเกินกว่าที่ใครในยุคนั้นจะคาดคิด
หมายเหตุ: ราคาและสภาพสินค้าเป็นข้อมูล ณ เวลาที่ทำการสัมภาษณ์
Comments
Post a Comment