สรุปเกร็ดตำนาน Street Fighter II โดย Yoshiki Okamoto
Street Fighter II คือหนึ่งในเกมต่อสู้ที่ทรงอิทธิพลที่สุดตลอดกาล และเบื้องหลังการพัฒนาก็เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
1. "ริว" หรือ "ไรยู"? (ชื่อที่เรียกเพี้ยนจนยอมรับ)
ในอเมริกาเรียก Ryu ว่า "ไรยู" (Rai-yu) มาตลอด คุณโอกาโมโตะบอกว่ามี 2 ทฤษฎีคือ คนอเมริกันออกเสียง "ริว" ไม่ได้ หรือเข้าใจว่าสะกดแบบนั้นต้องอ่านว่าไรยู ซึ่งทาง Capcom ก็ไม่เคยปฏิเสธ จนสุดท้ายในหนังฮอลลีวูดก็ต้องเรียก "ไรยู" ตามกันไปหมด
2. "ชุนลี" ที่กลายเป็น "ชานลี"
เกิดจากการสะกดชื่อภาษาอังกฤษผิดพลาดในตอนแรก ทำให้คนตะวันตกอ่านได้แค่ "ชานลี" (Chan-Li) เท่านั้น ทีมงานไม่ได้แก้ไขชื่อในตอนนั้นจนมันกลายเป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในต่างประเทศไปโดยปริยาย
3. ชาติกำเนิดของ Ken Masters (หนุ่มย้อมผมประชดพ่อแม่)
คนญี่ปุ่นมักคิดว่าเคนเป็นคนญี่ปุ่น คนอเมริกันก็คิดว่าเป็นคนอเมริกัน แต่ความจริงคือ เคนเป็นคนญี่ปุ่น (ลูกเสี้ยว) เกิดและโตในญี่ปุ่น ฝึกวิชาเดียวกับ Ryu มาตลอด ส่วนที่ผมสีทองคือ "ผมย้อม" เพราะความขบถอยากประชดพ่อแม่ (สังเกตได้ว่าคิ้วยังเป็นสีดำ) เขาเพิ่งมาย้ายไปอยู่อเมริกาตอนโตแล้วเท่านั้น
4. มหากาพย์สลับชื่อ "สี่จตุรเทพ" (หนีลิขสิทธิ์ Mike Tyson)
เป็นเรื่องวุ่นวายที่สุดเพราะตัวละครนักมวยดันไปเหมือน Mike Tyson มากเกินไป ทั้งหน้าตา ช่องว่างระหว่างฟัน และชื่อ M. Bison (Mike Bison) กลัวจะโดนฟ้องในอเมริกา จึงเกิดการสลับชื่อกัน 3 คน:
- นักมวย (M. Bison ญี่ปุ่น) → เปลี่ยนเป็น Balrog
- กรงเล็บ (Balrog ญี่ปุ่น) → เปลี่ยนเป็น Vega (ทีมงานมองว่าชื่อนี้ดูสง่างามเข้ากับท่วงท่า)
- บอสใหญ่ (Vega ญี่ปุ่น) → เปลี่ยนเป็น M. Bison (เอาชื่อไบสันที่แปลว่ากระทิงมาใช้ เพราะท่าพุ่งชน Psycho Crusher ดูเหมือนกระทิงพอดี)
- ส่วน "สกัด" (Sagat) ชื่อเดิมตลอดกาลเพราะไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์
5. ชื่อจริงของ 2 คนที่ต่อยกันในฉากเปิดเกม
ชายที่หันหลังชื่อ Max และชายผมทองที่ต่อยสวนชื่อ Scott ทั้งคู่ถูกตั้งชื่อไว้ตั้งแต่แรกเพื่อให้ดูมีตัวตนในโลกนักสู้ข้างถนน แต่ในสมัยคุณโอกาโมโตะยังทำงานอยู่ ไม่มีแผนจะเอาสองคนนี้มาให้เล่นในเกมแต่อย่างใด
6. ความลับของ "ฮาโดเคนสีแดง" (ความซนของโปรแกรมเมอร์)
หลายคนพยายามหาสูตรกดท่านี้ แต่ความจริงคือมันจะสุ่มออกในครั้งที่ 256 หลังจากเปิดเครื่องเกมขึ้นมาเท่านั้น เป็นลูกเล่นที่โปรแกรมเมอร์แอบใส่ไว้ให้คนเล่นรู้สึกตื่นเต้นเวลาเจอของหายาก โดยที่พลังทำลายไม่ได้ต่างจากสีฟ้าเลย
7. กางเกง Dee Jay กับคำว่า "MAXIMUM" (เทคนิคประหยัดความจำ)
ที่ต้องเป็นคำนี้และเขียนแนวตั้ง เพราะสมัยก่อนความจำเครื่องเกมจำกัดมาก ตัวละครจะใช้การ "Flip" หรือกลับด้านภาพเวลาหันซ้าย-ขวา คำว่า MAXIMUM เป็นคำที่สมมาตรกัน (Symmetry) ทำให้ไม่ว่าจะกลับด้านภาพยังไง ตัวอักษรก็ยังอ่านออกและดูไม่เพี้ยน
8. ชื่อเรือ BUPPO ในฉากของเคน (การบูลลี่ที่กลายเป็นตำนาน)
BUPPO คือฉายาของดีไซเนอร์ฉากชื่อ "มิโฮะ" ซึ่งมาจากคำว่า Busu (ขี้เหร่) + Miho ที่อาจารย์สมัยมัธยมแกล้งเรียกเธอเพราะเธอหน้าตาดี (ประชด) เธอชอบชื่อนี้มากจนเอามาใส่ไว้บนเรือในฉากหลังของเกม และกลายเป็นชื่อที่แฟนเกมจำได้แม่น
[เรื่องแถม] ไฮไลต์: "ทัตสึมากิ เคนเบียมบู"!
เรื่องนี้เกิดในภาค Street Fighter: The Movie เมื่อทีมพัฒนาชาวอเมริกันพยายามแกะเสียงท่าเตะพายุหมุน "ทัตสึมากิ เซมปูเคน" ของญี่ปุ่น พวกเขาเปิดเทปฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายรอบมากจนหูเพี้ยน แล้วเดินมาบอกทีมญี่ปุ่นด้วยความภาคภูมิใจว่า "เฮ้! ในที่สุดเราก็แกะออกแล้ว มันพูดว่า 'ทัตสึมากิ เคนเบียมบู' (Tatsumaki Kenbiambu) ใช่ไหมล่ะ?"
แม้คำนี้จะไม่มีความหมายและผิดเพี้ยนไปไกล แต่ด้วยความตั้งใจอันแรงกล้าของทีมอเมริกา สุดท้ายมันก็ถูกใส่ลงไปในเกมจริง ๆ กลายเป็นท่าไม้ตายในตำนานที่เรียกกันผิด ๆ จนถึงทุกวันนี้
Comments
Post a Comment