Street Fighter V ครบรอบ 10 ปี เกมต่อสู้ที่พาซีรีส์สู่ยุค eSports
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2016 คือวันที่ Street Fighter V วางจำหน่ายในญี่ปุ่นบน PS4 และ PC (ฝั่งตะวันตกได้เล่นก่อนเล็กน้อยในวันที่ 16 กุมภาพันธ์) และวันนี้ตัวเกมก็เดินทางมาครบหนึ่งทศวรรษพอดี นี่ไม่ใช่แค่การครบรอบของเกมภาคหนึ่ง แต่คือผลงานสำคัญจาก Capcom ที่มีบทบาทอย่างมากต่อการเติบโตของวงการ eSports ในยุคใหม่
แนวคิดการพัฒนา: “Reset”
หัวใจของการสร้างภาคนี้คือแนวคิด “รีเซ็ต” ทีมพัฒนาต้องการปรับโครงสร้างของเกมต่อสู้ให้เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความลึกเชิงกลยุทธ์ที่ผู้เล่นระดับแข่งขันต้องการเอาไว้ ทำให้เกมมีทิศทางชัดเจนทั้งด้านระบบและการออกแบบ
ตามธรรมเนียมของซีรีส์ เกมได้รับการอัปเดตเวอร์ชันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Arcade Edition หรือ Champion Edition ที่เพิ่มโหมด ระบบ และคอนเทนต์ใหม่จำนวนมาก หากย้อนกลับไปในอดีต ผู้เล่นอาจต้องซื้อแผ่นใหม่เพื่อเข้าถึงเวอร์ชันล่าสุด แต่ในยุคออนไลน์ การอัปเดตผ่านอินเทอร์เน็ตช่วยให้ประสบการณ์เหล่านี้สะดวกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อีกจุดที่น่าสนใจคือเส้นทางการเปิดตัวที่ต่างจากสูตรดั้งเดิม เพราะเกมต่อสู้มักเริ่มจากอาร์เคดก่อนแล้วจึงพอร์ตลงเครื่องบ้าน แต่ภาคนี้กลับเปิดตัวบนคอนโซลและ PC ก่อน จากนั้นเวอร์ชันอาร์เคด Street Fighter V: Type Arcade จึงเริ่มให้บริการในวันที่ 14 มีนาคม 2019 หรือราวสามปีหลังวางจำหน่าย ถือเป็นทิศทางที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดเกมในเวลานั้นได้ดี
ความคาดหวังมหาศาล หลังห่างหายไปเกือบ 8 ปี
ก่อนการมาถึงของภาคนี้ แฟน ๆ ต้องรอเกมใหม่ยาวนานเกือบแปดปีนับจาก Street Fighter IV จึงไม่แปลกที่ตัวเกมจะถูกจับตามองตั้งแต่ก่อนเปิดตัว แม้ช่วงแรกจะถูกวิจารณ์เรื่องปริมาณคอนเทนต์ แต่ทีมงานก็ทยอยแก้ไขและเติมเนื้อหาผ่านการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง จนเกมค่อย ๆ ฟื้นความเชื่อมั่นและกลับมาสร้างกระแสได้อีกครั้ง กลายเป็นตัวอย่างของเกมที่เติบโตหลังวางจำหน่าย (post-launch) อย่างชัดเจน
เวทีแข่งขันที่ดึงดูดผู้ชมทั่วโลก
Street Fighter V กลายเป็นหนึ่งในเกมหลักของการแข่งขันระดับนานาชาติ ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่มีโปรเพลเยอร์เข้าร่วมสามารถดึงดูดผู้ชมจำนวนมาก แม้แต่คนที่ไม่ได้ติดตามเกมต่อสู้เป็นประจำก็ยังมีโอกาสเห็นข่าวผ่านสื่อ โดยเฉพาะเมื่อมีผู้เล่นสร้างผลงานโดดเด่นหรือคว้าแชมป์รายการสำคัญ อิทธิพลในด้านนี้เองที่ช่วยให้ภาพลักษณ์ของเกมต่อสู้ขยับเข้าใกล้คำว่า “กีฬา” มากขึ้น และทำให้ฐานผู้ชมขยายออกไปไกลกว่ากลุ่มแฟนเดิม
โมเดล Season ที่ยืดอายุเกม
หนึ่งในเอกลักษณ์ของภาคนี้คือระบบ Season ที่ทยอยเพิ่มตัวละคร ฉาก และฟีเจอร์ใหมอย่างต่อเนื่อง โดยซีซันล่าสุดคือ Season 5 แนวทางนี้ช่วยรักษาความสดใหม่ของเกม และทำให้ชุมชนผู้เล่นยังคงคึกคักแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี
ก้าวต่อไปของเกมต่อสู้
ปัจจุบันแฟรนไชส์เดินหน้าสู่ยุคใหม่กับ Street Fighter 6 ที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2023 พร้อมตัวละครเริ่มต้น 18 คน และยังคงเพิ่มคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนส่ง Alex เข้าร่วมเป็นตัวละครเสริมใน Year 3 วันที่ 17 มีนาคม 2026 เมื่อมองย้อนกลับไป สิบปีของ Street Fighter V ไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาของเกมยอดนิยมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการปรับตัวของเกมต่อสู้ให้เข้ากับยุคสมัย ตั้งแต่แนวคิด “รีเซ็ต” การพัฒนาแบบต่อเนื่อง ไปจนถึงการมีบทบาทสำคัญบนเวทีแข่งขันระดับโลก และการปูทางสู่อนาคตของแนวเกมนี้อย่างแท้จริง
Comments
Post a Comment