Mark Cerny จาก Marble Madness ถึงผู้ออกแบบ PlayStation

Mark Cerny คือหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการเกม ผู้เคยทำทั้งเกมดังและเครื่องเล่นเกมระดับโลก ตั้งแต่ Marble Madness ในยุคตู้เกมอาร์เคด ไปจนถึงการเป็นผู้ออกแบบหลักของ PlayStation 4 และ 5 เบื้องหลังตำแหน่งใหญ่โตในปัจจุบัน Cerny ผ่านประสบการณ์มาหลากหลาย ทั้งในอเมริกาและญี่ปุ่น

เริ่มต้นจาก Atari ตั้งแต่อายุ 17

Cerny เริ่มทำงานกับ Atari ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ เขาเล่าว่าตอนเด็กเคยพยายามสร้างเกม RPG 3 มิติกับพี่ชาย โดยเขียนโค้ดลงแผ่นกระดาษแล้วให้คอมพิวเตอร์อ่านผ่านระบบบัตรเจาะ (punch cards) แม้จะล้มเหลว แต่ก็จุดประกายว่าเขาอยากทำเกมเป็นอาชีพจริงๆ

ที่ Atari เขาได้สร้างเกม Marble Madness ซึ่งโดดเด่นด้วยกราฟิกแบบ isometric และเพลงประกอบแนวทดลอง กลายเป็นเกมตู้สุดล้ำในยุคนั้น

ทำงานกับ Sega ในญี่ปุ่น

หลังออกจาก Atari เขาย้ายไปทำงานกับ Sega และใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นช่วงปลายยุค 80 ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทพยายามเจาะตลาดคอนโซลในอเมริกา เขาช่วยพัฒนาเกมให้เครื่อง Master System และยังมีส่วนในการคิดค้นอุปกรณ์อย่างแว่นตา 3 มิติ “SegaScope 3-D Glasses” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโชว์ Captain EO ของ Michael Jackson

แม้อุปกรณ์นี้จะขายได้เพียง 300,000 ชุด แต่ก็ถือเป็นความสำเร็จเล็กๆ สำหรับยุคที่ Sega ยังไม่สามารถแย่งตลาดจาก Nintendo ได้มากนัก

เบื้องหลัง Sonic และการพบกับ Michael Jackson

Cerny มีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางของ Sonic the Hedgehog โดยทำงานร่วมกับทีม Sega ญี่ปุ่นและประสานกับฝั่งอเมริกา แม้ในช่วงแรกแนวทางของเกมจะถูกตั้งคำถาม แต่เมื่อเกมวางจำหน่ายก็ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย

เขายังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ Michael Jackson เดินทางมาเยี่ยมสำนักงานใหญ่ Sega ที่ญี่ปุ่น ซึ่งเขาต้องทำหน้าที่เป็นไกด์พาทัวร์ให้กับศิลปินดังผู้หลงใหลในวิดีโอเกม

ก่อตั้งทีม Sonic ในอเมริกา

Cerny กลับมาสหรัฐอเมริกาและก่อตั้ง Sega Technical Institute (STI) ซึ่งเป็นทีมพัฒนาที่รวมคนจากทั้งญี่ปุ่นและอเมริกา จุดประสงค์คือทำเกมระดับท็อปสำหรับเครื่อง Genesis (หรือ Mega Drive) ที่ขายดีในอเมริกา ทีมนี้คือผู้อยู่เบื้องหลัง Sonic the Hedgehog 2 หนึ่งในภาคที่ได้รับความนิยมสูงสุด

แม้จะมีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ปัญหาด้านภาษา วัฒนธรรมองค์กร และการขอวีซ่าสำหรับทีมจากญี่ปุ่น แต่ STI ก็กลายเป็นทีมพัฒนาระดับแถวหน้าของ Sega ในช่วงเวลานั้น

เปลี่ยนบทบาทจากนักพัฒนาเกมเป็นผู้ออกแบบเครื่อง

หลังลาออกจาก Sega ในปี 1992 Cerny ทำงานกับหลายบริษัท รวมถึง Crystal Dynamics, Universal Interactive และตั้งบริษัทที่ปรึกษาของตัวเอง เขาเป็นที่ปรึกษาให้กับ Naughty Dog และ Insomniac ในยุคที่ PlayStation เริ่มเป็นที่รู้จัก

ในปี 2007 Sony แต่งตั้งเขาเป็นผู้ออกแบบฮาร์ดแวร์หลัก เริ่มตั้งแต่ PS Vita ไปจนถึง PS4 และ PS5 ซึ่งบทบาทนี้ทำให้เขามีอิทธิพลต่อทิศทางของเครื่องเกม PlayStation มากกว่าที่เคย

บทเรียนจากยุค Sega ที่ยังมีผลถึงปัจจุบัน

Cerny มองว่ายุค Master System คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่ปูทางให้ Sega พัฒนาเครื่อง Genesis และเติบโตในอเมริกา เขายังกล่าวถึงนักพัฒนารุ่นบุกเบิกจากยุคนั้น เช่น Yuji Naka และ Rieko Kodama ว่าเป็นคนเก่งที่สร้างรากฐานให้วงการเกมมาจนถึงทุกวันนี้

แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี Mark Cerny ยังคงมีบทบาทสำคัญในวงการเกม เปลี่ยนจากผู้ออกแบบเกมมาเป็นผู้ออกแบบเครื่อง แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือความหลงใหลในเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ที่ผลักดันวงการให้ก้าวไปข้างหน้า


Mark Cerny

Comments

Popular posts from this blog

Street Fighter V ครบรอบ 10 ปี เกมต่อสู้ที่พาซีรีส์สู่ยุค eSports

40 ปี The Legend of Zelda จุดกำเนิดตำนานบน Famicom Disk System

จากเกมเซ็นเตอร์สู่หน้าจอ Dolphin คืนชีพบอร์ดอาร์เคด Triforce ให้เล่นได้อีกครั้ง

Fatal Fury: City of the Wolves x Street Fighter รอบ 3 อัปเดต 26 กุมภาพันธ์ พร้อม Nightmare Geese

Pokémon FireRed และ Pokémon LeafGreen เตรียมกลับมาบน Nintendo Switch 27 กุมภาพันธ์นี้

Castlevania: Belmont’s Curse เปิดตัวภาคใหม่ พร้อมคืนชีพซีรีส์บนหลายแพลตฟอร์มปีนี้

Marvel vs. Capcom: Clash of Super Heroes เมื่อสองจักรวาลปะทะกันบนตู้อาร์เคด

เด็กญี่ปุ่นยุคใหม่ห่างไกล Dragon Quest กับ Final Fantasy เพราะรอภาคใหม่นานเกินไป?

เมื่อ Microsoft ทบทวนอนาคตของ Xbox

รีบเก็บก่อนหาย! Sonic 1 & 2 รีมาสเตอร์ เตรียมถูกถอดจากสโตร์มือถือ