ผู้พัฒนาเผยเบื้องหลังมินิเกมเรโทรใน Like a Dragon
ตามหาตู้เกมถึงต่างจังหวัด เพื่อให้เกมคลาสสิกยังคงเล่นได้ในปัจจุบัน
บางครั้งการนำเกมเรโทรกลับมาให้เล่นในซีรีส์ Like a Dragon ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทีมพัฒนาต้องออกเดินทางไปตามหาตู้เกมอาร์เคดตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูลจากเครื่องจริง แล้วนำมาสร้างใหม่ให้เล่นได้ภายในเกม
แนวคิดนี้ยังคงถูกสานต่อใน Like a Dragon Kiwami 3 และภาคเสริม Like a Dragon 3 Gaiden: Dark Ties ที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บน PC (Steam), PlayStation, Xbox และ Nintendo Switch 2 โดยหนึ่งในเอกลักษณ์ของซีรีส์คือ “เกมในเกม” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ลองเล่นเกมคลาสสิกจริง ๆ ภายในโลกของเกม
Yutaka Ito หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของ Ryu Ga Gotoku Studio และ Ryosuke Horii โปรดิวเซอร์และผู้กำกับของเกม เปิดเผยว่าเบื้องหลังการนำเกมเก่ามาใส่ในซีรีส์นั้นซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิด ตั้งแต่การค้นหาข้อมูลฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงการตรวจสอบความถูกต้องของตัวเกมกับเครื่องต้นฉบับ
หนึ่งในไฮไลต์ของภาคนี้คือการนำเครื่องพกพา Game Gear มาใส่ในเกมเป็นครั้งแรก ผู้เล่นสามารถเปิดเล่นเกมคลาสสิกได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น Sonic & Tails หรือ Columns นอกจากนี้ยังมีเกมจาก Bandai Namco Entertainment อย่าง Pac-Man, Mappy และ Galaga '91 รวมอยู่ด้วย
ในเมืองของเกม ผู้เล่นยังสามารถเดินเข้าไปเล่นเกมอาร์เคดได้จริง เช่น Emergency Call Ambulance และ Slashout รายละเอียดเหล่านี้ช่วยเติมเต็มบรรยากาศของเมืองให้ดูมีชีวิต และทำให้โลกของเกมรู้สึกสมจริงมากขึ้น
แนวคิดการนำเกมเรโทรมาให้เล่นจริงจังเริ่มชัดเจนใน Yakuza 0 ซึ่งมีฉากหลังเป็นญี่ปุ่นยุคฟองสบู่ในทศวรรษ 1980 ทีมงานจึงนำเกมอาร์เคดยอดนิยมในยุคนั้นมาให้เล่นภายในเกม และได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากผู้เล่น
หลังจากนั้น เกมอาร์เคดคลาสสิกของ Sega หลายเกมก็ถูกนำกลับมาให้เล่นอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Space Harrier, Fantasy Zone, Super Hang-On และ Out Run
อย่างไรก็ตาม การนำเกมเก่ามาให้เล่นบนฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ทีมพัฒนาต้องเริ่มจากการโหลด ROM ผ่าน emulator ก่อนจะตรวจสอบการทำงานอย่างละเอียด หากพฤรากรรมของเกมต่างจากเครื่องจริงแม้เพียงเล็กน้อย ทีมงานก็ต้องกลับไปแก้ไขใหม่
ความท้าทายอีกอย่างคือเอกสารการพัฒนาเกมในยุคก่อนแทบไม่หลงเหลืออยู่แล้ว บางเกมมี ROM หลายเวอร์ชัน แต่ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าเวอร์ชันใดคือเวอร์ชันที่เคยวางจำหน่ายจริง ทีมงานจึงต้องตรวจสอบและเลือกเวอร์ชันที่แพร่หลายที่สุดมาใช้
สำหรับเกมอาร์เคด ปัญหาจะยิ่งซับซ้อนขึ้น เพราะบอร์ดเกมมีจำนวนจำกัด และไม่ได้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างครบถ้วนในคลังของบริษัท การดึงข้อมูลจากบอร์ดจริงอาจใช้เวลาทั้งวัน และบางครั้งทีมงานยังต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่ยังมีตู้เกมเหลืออยู่
ตัวอย่างหนึ่งคือเกม The Ocean Hunter ที่ทีมงานต้องเดินทางไปถึงจังหวัดอาโอโมริ เพื่อตามหาตู้เวอร์ชันดีลักซ์ที่ยังเปิดให้เล่นอยู่ในเกมเซ็นเตอร์ ก่อนจะถ่ายภาพและเก็บรายละเอียดของเครื่องจริง เพื่อนำกลับมาสร้างใหม่ภายในเกม
สำหรับทีมพัฒนาของ Ryu Ga Gotoku Studio ความพยายามเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มมินิเกมเท่านั้น แต่ยังเป็นความตั้งใจที่จะรักษาวัฒนธรรมเกมอาร์เคดเอาไว้
ตู้เกมอาร์เคดมีขนาดใหญ่ ผลิตในจำนวนจำกัด และหลายเครื่องก็หายไปตามกาลเวลา ทำให้เกมจำนวนมากไม่สามารถเล่นได้อีกในปัจจุบัน การนำเกมเหล่านี้มาใส่ใน Like a Dragon จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เล่นรุ่นใหม่ได้สัมผัสเกมคลาสสิกจากอดีต
ทีมงานไม่ได้ตั้งเป้าที่จะจำลองทุกอย่างให้เหมือนต้นฉบับ 100% แต่ให้ความสำคัญกับความสนุกในการเล่นเป็นหลัก เกมบางเกมจึงมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น Stage Select หรือโหมดความยากต่ำพิเศษ เพื่อให้ผู้เล่นยุคปัจจุบันสามารถเล่นได้จนจบ
ในกรณีของ Slashout ทีมยังเพิ่มระบบผู้เล่นหลายคนแบบ AI เพื่อจำลองบรรยากาศการเล่นในอาร์เคดยุคก่อน โดย Ito ซึ่งเคยเป็นผู้กำกับและโปรแกรมเมอร์ของเกมต้นฉบับ เป็นผู้ลงมือพัฒนระบบนี้ด้วยตัวเอง
สำหรับทีมงานของ Ryu Ga Gotoku Studio การนำเกมเก่ากลับมาให้เล่นอีกครั้งไม่ใช่เพียงเรื่องของความคิดถึง แต่เป็นอีกวิธีหนึ่งในการรักษาวัฒนธรรมเกมที่กำลังเลือนหาย และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรุ่นใหม่ได้รู้จักประวัติศาสตร์ของเกมผ่านประสบการณ์การเล่นจริงอีกครั้ง
Comments
Post a Comment