PC-FX เครื่องเกมที่พลาดกระแส 3D แต่ยังถูกพูดถึง
PC-FX ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง จากเรื่องเล่าของ Meijin เกี่ยวกับงานเลี้ยงหลังจบอีเวนต์ “RETRO GAME SUMMIT Lv.5 (レゲット5)” ซึ่งมีช่วงทอล์กที่คนในวงการเกมมาร่วมพูดคุยกัน
หัวข้อที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ “PC-FX จริง ๆ แล้วเป็นเครื่องแบบไหน” โดย Ikeda Minorock จาก Game Center Mikado (ゲームセンターミカド) เป็นคนเปิดประเด็น ภายในงานยังมี Noriyuki Iwadare และ Tomoji Matsukura ซึ่งเคยทำงานกับเกมบนเครื่องนี้เข้าร่วมด้วย บทสนทนาจึงลึกขึ้นไปอีก
PC-FX วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 1994 ในฐานะเครื่องรุ่นต่อจาก PC Engine เปลี่ยนมาใช้สื่อ CD-ROM เต็มตัว และไม่สามารถเล่นเกมของเครื่องรุ่นก่อนหน้าได้
หลายคน รวมถึง Meijin เอง เคยเข้าใจว่าเครื่องนี้มีเกมอยู่ไม่มาก แต่เมื่อย้อนดูข้อมูลจริงกลับพบว่ามีเกมออกมาถึง 62 ไตเติล เพียงแต่เกมที่ยังติดอยู่ในความทรงจำกลับมีไม่กี่ชื่อ เช่น Team Innocent และ Battle Heat
จุดขายของ PC-FX คือการเน้นงานภาพแบบแอนิเมชันอย่างเต็มตัว แต่ปัญหาคือจังหวะเวลา เพราะปีเดียวกันนั้น PlayStation และ Sega Saturn ต่างหันไปผลักดันกราฟิก 3D อย่างจริงจัง ความสนใจของผู้เล่นจึงไหลไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว
สุดท้าย PC-FX จึงไม่สามารถสร้างกระแสได้ และถูกมองว่าเป็นเครื่องที่มาผิดยุค
แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในตลาด PC-FX ก็ยังถูกพูดถึงอยู่เสมอ ในฐานะเครื่องเกมที่มีแนวทางชัดเจน โดยเฉพาะการเลือกยืนฝั่งงานภาพแบบแอนิเมชัน ซึ่งแตกต่างจากกระแสหลักในเวลานั้นอย่างชัดเจน
เกร็ดเสริม: มุมมองจากฝั่ง Hudson Soft
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารของ Hudson ในยุคนั้น มีคำอธิบายที่ช่วยให้เห็นภาพแนวคิดเบื้องหลัง PC-FX ชัดขึ้น
แม้ทีมจะรู้จักเทคโนโลยีโพลิกอนอยู่แล้ว แต่ในเวลานั้นยังมองว่า “มันยังไม่ดึงดูดในฐานะภาพของเกม” ขณะเดียวกัน Hudson ก็ประสบความสำเร็จกับเกมแนววิดีโอผสม 2D มาแล้ว การจะเปลี่ยนทางจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และคนในหลายแผนกก็ให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน
พูดให้ชัดคือ ทีมพัฒนามั่นใจในสิ่งที่ตัวเองถนัด และมันก็เคยสร้างความสำเร็จมาแล้วจริง ขณะที่เทคโนโลยี 3D ในตอนนั้นยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ จึงถูกประเมินว่ายังไปได้ไม่ไกล
แนวคิดแบบ “เอาของที่ถนัดให้ชนะก่อน แล้วค่อยไปต่อ” จึงเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลในเวลานั้น
ในอีกมุมหนึ่ง ผู้เขียนมองว่า Hudson Soft อาจยังยึดกับความสำเร็จเดิม และประเมินทิศทางของวงการเกมในช่วงเปลี่ยนผ่านต่ำไป เมื่อเทียบกับ Sega ที่เริ่มปรับตัวไปสู่เทคโนโลยี 3D บน Sega Saturn ได้เร็วกว่า แม้สุดท้ายจะไม่ได้ครองตลาด แต่ก็ยังสามารถยืนระยะอยู่ได้ในช่วงเวลานั้น
Comments
Post a Comment