SIE เคลียร์ข่าวลือ “30-Day Timer” บน PS5/PS4 ไม่ต้องเชื่อมต่อทุก 30 วัน
มีรายงานว่าเกมดิจิทัลบน PlayStation 5 และ PlayStation 4 อาจต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุก 30 วัน มิฉะนั้นอาจไม่สามารถเล่นได้ ล่าสุด Sony Interactive Entertainment (SIE) ชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง และรูปแบบการใช้งานยังคงเหมือนเดิม
ข้อมูลจาก Famitsu และ GameSpot ระบุว่า ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับระบบยืนยันสิทธิ์เกมดิจิทัลที่เพิ่มเข้ามาในอัปเดตช่วงมีนาคม 2026 และพบในเกมที่ซื้อหลังจากนั้นเท่านั้น ขณะที่เกมก่อนหน้าไม่ได้รับผลกระทบ
จุดเริ่มต้นมาจาก Lance McDonald ที่พบว่าเกมใหม่แสดงตัวจับเวลา “30 วัน” ก่อนที่กลุ่มอย่าง Does It Play? จะหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบยืนยันสิทธิ์
Potential major DRM issue rolled out by PlayStation (and Xbox as well, allegedly). All new PSN purchases now have a 30 day validation countdown. Already investigating to find out more details. pic.twitter.com/4hqMdWfJ2T
— Does it play? (@DoesItPlay1) April 25, 2026
SIE ระบุว่า ผู้เล่นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพียงครั้งเดียวหลังซื้อเพื่อยืนยันสิทธิ์ จากนั้นสามารถเล่นได้ตามปกติ โดยไม่มีการตรวจสอบซ้ำ
ข้อมูลจาก Game File ชี้ว่า ตัวจับเวลา 30 วันเป็นเพียงสถานะชั่วคราว เมื่อมีการเชื่อมต่อและยืนยันสิทธิ์แล้ว ระบบจะเปลี่ยนเป็นสิทธิ์ใช้งานถาวร และสามารถเล่นแบบออฟไลน์ได้ต่อเนื่อง
มีข้อสังเกตจากการทดสอบของผู้เล่นว่า ระบบดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับช่วงเวลาขอคืนเงิน 14 วันของ PlayStation โดยมีความเป็นไปได้ว่าผู้ใช้บางรายอาจดาวน์โหลดเกมไปเล่นแบบออฟไลน์ แล้วขอคืนเงินภายในกำหนด ขณะที่ระบบเดิมตรวจสอบสิทธิ์ได้จำกัด การเพิ่มขั้นตอนยืนยันสิทธิ์ในช่วงต้นจึงอาจช่วยลดช่องโหว่นี้ แม้ SIE จะยังไม่ได้ยืนยันเหตุผลดังกล่าว
ผลกระทบมีจำกัด และจะเกิดเฉพาะกรณีที่ไม่เคยเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหลังซื้อเท่านั้น เมื่อยืนยันสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว จะไม่ต้องออนไลน์อีกแม้เว้นช่วงไปนาน
ประเด็นลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงเปิดตัว Xbox One ซึ่งระบบตรวจสอบสิทธิ์ออนไลน์ในขณะนั้นถูกกระแสต่อต้านอย่างหนัก ขณะเดียวกัน GameStop ชี้ว่าเกมแบบแผ่นจะไม่พบข้อจำกัดลักษณะนี้
สรุป: “30-Day Timer” เป็นเพียงขั้นตอนก่อนยืนยันสิทธิ์ครั้งแรก ไม่ใช่ระบบบังคับให้ต้องออนไลน์เป็นระยะ และไม่กระทบการเล่นในระยะยาว
Comments
Post a Comment