Embracer แยกบริษัทใหม่ ตั้ง Fellowship Entertainment ถือ The Lord of the Rings และ Tomb Raider
Embracer Group ประกาศแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เตรียมแยกธุรกิจออกเป็น 2 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นแยกกัน โดยบริษัทใหม่จะใช้ชื่อว่า Fellowship Entertainment และมีแผนนำเข้าจดทะเบียนใน Nasdaq Stockholm ภายในปี 2027
การแยกครั้งนี้สะท้อนทิศทางชัดเจนของ Embracer ที่ต้องการ “จัดระเบียบใหม่” หลังช่วงหลายปีที่ผ่านมาขยายพอร์ตอย่างหนัก จนโครงสร้างองค์กรเริ่มซับซ้อนและต้องกลับมาปรับสมดุลอีกครั้ง
Fellowship Entertainment จะถูกวางให้เป็นฝั่งที่โฟกัส IP ระดับเรือธงของกลุ่ม โดยมีทั้ง The Lord of the Rings และ Tomb Raider เป็นแกนหลัก รวมถึง IP สำคัญอื่นอย่าง The Hobbit, Metro, Darksiders และ Kingdom Come: Deliverance
จุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทใหม่นี้ ไม่ใช่แค่การถือ IP ขนาดใหญ่ แต่คือการตั้งโครงสร้างให้ต่อยอดแฟรนไชส์ได้จริงจังมากขึ้น ทั้งในฝั่งเกม การผลิตคอนเทนต์ และการใช้ลิขสิทธิ์ในรูปแบบอื่น โดยจะรวมสตูดิโออย่าง Crystal Dynamics, Eidos-Montréal และ Warhorse Studios เข้าไว้ในฝั่งนี้ พร้อมเสริมระบบ Licensing เพื่อขยาย IP ออกนอกวงการเกม
ขณะที่ Embracer ฝั่งเดิมจะถูกปรับให้เล็กลงและคล่องตัวขึ้น เน้นการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด และเลือกลงทุนแบบเฉพาะจังหวะมากขึ้น โดยยังคงถือเครือบริษัทอย่าง THQ Nordic, Limited Run Games, Tripwire, Vertigo Games และ CrazyLabs รวมถึง IP อย่าง Gothic, Titan Quest, Wreckfest และ Destroy All Humans!
ผู้บริหารของ Embracer ระบุว่าการแยกครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้แต่ละธุรกิจมีโฟกัสที่ชัดเจนขึ้น และลดความซับซ้อนที่สะสมมาจากช่วงการเติบโตอย่างรวดเร็วในอดีต ซึ่งทำให้การบริหารในระดับกลุ่มเริ่มไม่คล่องตัวเท่าที่ควร
ในเชิงโครงสร้าง Fellowship Entertainment มีรายได้ย้อนหลังราว 4,393 ล้านโครนาสวีเดน และมีพนักงานประมาณ 2,169 คน ส่วน Embracer เดิมมีรายได้ราว 11,544 ล้านโครนาสวีเดน และพนักงานประมาณ 3,518 คน
หลังจากนี้ บริษัทจะเริ่มรายงานผลแบบแยกสองส่วนตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026/27 ก่อนเดินหน้าเข้าสู่การแยกบริษัทอย่างเป็นทางการในปี 2027
Comments
Post a Comment