Resident Evil และ Dino Crisis ช่วยให้ GOG ได้รับความสนใจมากขึ้น
การนำ Resident Evil และ Dino Crisis เวอร์ชันคลาสสิกกลับมาวางจำหน่ายบน PC กลายเป็นหนึ่งในความสำเร็จสำคัญของ GOG ที่ช่วยให้แพลตฟอร์มได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
Marcin Paczyński ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตรของ GOG เปิดเผยว่า เดิมที Capcom ยังไม่แน่ใจว่าการนำ Resident Evil ไตรภาคดั้งเดิมกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งจะได้รับการตอบรับจากผู้เล่นหรือไม่ เนื่องจากบริษัทมีเกมรีเมกอยู่แล้ว เช่น Resident Evil (2002), Resident Evil 2 (2019) และ Resident Evil 3 (2020)
อย่างไรก็ตาม ผลตอบรับหลังวางจำหน่ายบน GOG ได้พิสูจน์ว่าผู้เล่นยังคงให้ความสนใจ โดย Resident Evil ภาคคลาสสิก และ Dino Crisis ต่างได้รับคะแนนรีวิวจากผู้ใช้ในเชิงบวกมากกว่า 90% และต่อมายังได้รับการวางจำหน่ายบน Steam อีกด้วย
Paczyński ระบุว่า Capcom ให้ความสำคัญกับการนำเกมคลาสสิกเหล่านี้กลับมาอย่างจริงจัง มีการตรวจสอบคุณภาพ ทดสอบการทำงาน และรองรับผู้เล่นหลายภาษา
เขากล่าวว่า การได้รับความไว้วางใจจาก Capcom ซึ่งเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ระดับตำนาน ถือเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นอย่างมาก
“เราเข้าใจว่าการนำแบรนด์ที่มีความสำคัญขนาดนี้กลับมา ต้องอาศัยความเชื่อมั่นอย่างมาก และเรารู้สึกขอบคุณที่ Capcom มอบโอกาสนี้ให้กับเรา”
ทาง GOG มองว่า ความสำเร็จนี้เป็นผลงานที่ช่วยแสดงให้เจ้าของลิขสิทธิ์รายอื่นเห็นว่า เกมคลาสสิกสามารถกลับมาวางจำหน่ายบน PC ได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะบริษัทเกมจากญี่ปุ่นที่มีผลงานเก่าจำนวนมาก
Paczyński กล่าวว่า
“การนำ Resident Evil และ Dino Crisis กลับมา ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ GOG ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา”
สำหรับเกมคลาสสิกจาก Capcom ที่อาจกลับมาในอนาคต Paczyński ระบุว่า GOG Dreamlist เป็นช่องทางที่สะท้อนความต้องการของผู้เล่นได้อย่างชัดเจน ผ่านระบบเสนอชื่อและโหวตเกม
ปัจจุบัน Resident Evil Code: Veronica X เป็นเกมจาก Capcom ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดใน GOG Dreamlist โดยมีคะแนนโหวตกว่า 83,000 เสียง
Paczyński ยังกล่าวว่า Capcom เป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยม ทำให้แฟนเกมยังคงมีความหวังว่าเกมคลาสสิกอย่าง God Hand หรือ Mega Man Legends อาจได้รับโอกาสกลับมาวางจำหน่ายบน PC เช่นกัน
ที่มา: GamesRadar+
Comments
Post a Comment