โปรดิวเซอร์เผย Street Fighter อาจตายใน 10 ปี หากไม่เปลี่ยนแนวทาง
Shuhei Matsumoto โปรดิวเซอร์ Street Fighter 6 เปิดเผยว่า เขาและ Takayuki Nakayama ผู้กำกับเกม มองเห็นอนาคตที่น่ากังวลของซีรีส์ในช่วง Street Fighter V โดยเชื่อว่าหากไม่เร่งเปลี่ยนแปลง แฟรนไชส์นี้อาจตายในอีก 10 ปี
Street Fighter V เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากผู้เล่น ทั้งการขาดเนื้อหาพื้นฐานอย่าง Arcade Mode และ Story Mode รวมถึงปัญหาการเล่นออนไลน์ที่ไม่เสถียร ทำให้เกมได้รับเสียงตอบรับที่ไม่ดีนักในช่วงเปิดตัว
หลัง Yoshinori Ono ออกจาก Capcom ในปี 2020 Matsumoto เข้ามารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ในช่วงท้ายของ Street Fighter V และได้หารือกับ Nakayama ถึงอนาคตของซีรีส์ ทั้งคู่มองเห็นว่าหากต้องการให้ Street Fighter อยู่ต่อไปในระยะยาว ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแนวทางและดึงผู้เล่นกลุ่มใหม่เข้ามา
Matsumoto เล่าว่า ในช่วงที่ทั้งคู่พูดคุยกัน พวกเขาตระหนักว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่าง Street Fighter อาจสูญเสียความสำคัญจนแฟรนไชส์ไม่สามารถไปต่อได้ภายใน 10 ปี จึงต้องสร้างเกมที่ทำให้ผู้คนกลับมารู้จักซีรีส์นี้และอยากลงมือเล่นด้วยตัวเองอีกครั้ง
คนรู้จัก Street Fighter แต่ไม่ได้เล่นจริง ๆ
Matsumoto เปิดเผยว่า ในช่วงนั้นผู้เล่น Street Fighter V ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 35-45 ปี หากผ่านไปอีก 10 ปี ผู้เล่นกลุ่มนี้ก็จะมีอายุ 45-55 ปี Capcom จึงไม่อาจฝากอนาคตของซีรีส์ไว้กับผู้เล่นกลุ่มเดิมเพียงอย่างเดียวได้
อีกปัญหาที่น่ากังวลคือ ผู้คนยังรู้จักวงการเกมต่อสู้และติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ แต่ไม่ได้ลงมือเล่นเกมจริง ๆ มากนัก Matsumoto มองว่านี่เป็นสัญญาณอันตราย เพราะแม้ผู้คนจะรู้จักเกมของ Capcom แต่การที่พวกเขาไม่ได้เล่นเกมเหล่านั้นด้วยตัวเองก็เป็นปัญหาที่บริษัทต้องหาทางแก้ไข
ทีมพัฒนาจึงต้องหาวิธีทำให้ Street Fighter เข้าถึงคนกลุ่มใหม่ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้เล่นรุ่นใหม่ที่อาจไม่เคยสัมผัสซีรีส์นี้มาก่อน
Street Fighter 6 ต้องเข้าถึงผู้เล่นหน้าใหม่
ในการพัฒนา Street Fighter 6 ทีมงานเลือกที่จะไม่พึ่งพาชื่อเสียงที่สั่งสมมาของซีรีส์ แต่คิดเสียว่าผู้เล่นยุคนี้อาจไม่เคยรู้จัก Street Fighter มาก่อน จึงต้องทำให้เกมแนะนำตัวละครและสอนวิธีเล่นได้อย่างเข้าใจง่าย แทนที่จะคาดหวังว่าทุกคนจะคุ้นเคยกับซีรีส์นี้อยู่แล้ว
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ Modern Controls ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นหน้าใหม่ออกท่าได้ง่ายขึ้น ขณะที่ World Tour Mode เปิดโอกาสให้เรียนรู้ระบบการต่อสู้ผ่านการผจญภัย ส่วน Battle Hub ก็เป็นพื้นที่สำหรับพบปะและแข่งขันกับผู้เล่นคนอื่น
นอกจากนี้ Street Fighter 6 ยังมีระบบบรรยายการแข่งขันแบบเรียลไทม์ โดยได้ Vicious และ Tasty Steve สองนักพากย์จากวงการเกมต่อสู้มาร่วมให้เสียง ช่วยบรรยายจังหวะการต่อสู้ระหว่างเล่นและเพิ่มบรรยากาศการแข่งขันให้กับเกม
Street Fighter 6 ทำยอดขายสะสมทะลุ 7 ล้านชุดในช่วงฤดูร้อนปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่าเกมสามารถเข้าถึงผู้เล่นได้เป็นวงกว้าง ทั้งบน Steam และคอนโซลในญี่ปุ่นและต่างประเทศ
ที่มา: IGN

Comments
Post a Comment