Sony เปิดตัว QSSR ช่วยอัปสเกลภาพด้วย AI ให้ PS5 รุ่นปกติ

Sony Interactive Entertainment เปิดตัว Quick Spectral Super Resolution (QSSR) เทคโนโลยีอัปสเกลภาพด้วย AI สำหรับ PS5 รุ่นปกติ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เกมที่ต้องลดความละเอียดของภาพเพื่อรักษาเฟรมเรต กลับมามีความคมชัดและรายละเอียดมากขึ้น

Image: PlayStation.Blog
Image: PlayStation.Blog

ก่อนหน้านี้ Sony นำ PSSR มาใช้กับ PS5 Pro เพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพภาพจากการเรนเดอร์ที่ความละเอียดต่ำลง ทำให้เกมสามารถรักษาเฟรมเรตได้โดยไม่ต้องแลกกับคุณภาพภาพมากนัก แต่การนำเทคโนโลยีลักษณะเดียวกันมาใช้กับ PS5 รุ่นปกติทำได้ยาก เพราะต้องใช้กำลังประมวลผลสูง

Sony จึงพัฒนา QSSR ขึ้นมาภายใต้ Project Amethyst ซึ่งเป็นความร่วมมือด้าน AI สำหรับกราฟิกกับ AMD โดยลดขนาดโครงสร้างของระบบลง และปรับการทำงานให้เหมาะกับประสิทธิภาพของ PS5 รุ่นปกติ

Sony ระบุว่า PSSR ยังคงเป็นเทคโนโลยีระดับสูงสุดสำหรับ PS5 Pro ส่วน QSSR เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาสำหรับ PS5 รุ่นปกติ

สองเกมแรกที่รองรับ QSSR คือ Marvel’s Wolverine และ Ghost of Yōtei โดยทั้งคู่ได้รับแพตช์เพิ่มตัวเลือกกราฟิกที่ใช้ QSSR แล้ว

Mike Fitzgerald จาก Insomniac Games กล่าวว่า QSSR ช่วยให้ภาพใน Marvel’s Wolverine คมชัดและนิ่งขึ้น โดยเฉพาะฉากที่มีรายละเอียดเยอะอย่างถนนใน Madripoor และตรอกซอกซอยของ Shinjuku ทำให้ภาพโดยรวมใกล้เคียงกับประสบการณ์บน PS5 Pro มากขึ้น

ด้าน Jasmin Patry จาก Sucker Punch ระบุว่า QSSR ช่วยเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ ของตัวละครและสภาพแวดล้อมใน Ghost of Yōtei ได้ดีขึ้น รวมถึงลดอาการภาพไม่นิ่งขณะเคลื่อนไหว ซึ่งก่อนหน้านี้ทำได้ยากบน PS5

Sony ยังเตรียมเปิดให้ผู้พัฒนาเกม PlayStation นำ QSSR ไปใช้กับเกมของตัวเองในวงกว้าง ดังนั้นต่อจากนี้น่าจะมีเกม PS5 รุ่นปกติที่รองรับ QSSR เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

Digital Foundry ทดสอบ QSSR

หลัง Sony เปิดตัว QSSR ทาง Digital Foundry ได้นำเทคโนโลยีนี้ไปทดสอบกับทั้ง Marvel’s Wolverine และ Ghost of Yōtei โดยพบความแตกต่างชัดเจนกว่าใน Wolverine

จากการทดสอบ ภาพระหว่างการเคลื่อนไหวนิ่งขึ้น รายละเอียดเล็ก ๆ หายไปน้อยลง และอาการภาพแตกหรือสั่นไหวจากวัตถุที่เคลื่อนไหวอย่างใบไม้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ส่วน Ghost of Yōtei ความแตกต่างไม่ชัดเท่า Wolverine เพราะตัวเกมมีคุณภาพภาพที่ดีอยู่แล้ว

แต่การใช้ QSSR ก็มีสิ่งที่ต้องแลกมา โดย Digital Foundry พบว่า Wolverine ใช้เวลาประมวลผลเพิ่มประมาณ 1.5–1.8 มิลลิวินาทีต่อเฟรม แต่ตัวเกมสามารถลดความละเอียดในการเรนเดอร์ตามสถานการณ์ เพื่อช่วยรักษาเฟรมเรตเป้าหมายเอาไว้ได้

ที่มา: PlayStation.Blog, Digital Foundry

Comments

Popular posts from this blog

ONI Zero: Revival — Reboot เผยรายละเอียดใหม่ เพิ่มเพลงและเนื้อเรื่องเชื่อม ONI Zero X

Konami เปิดเหตุผลรีบูต IP เก่า และเปลี่ยน Winning Eleven เป็น eFootball

Estpolis Denki I&II เกม RPG คลาสสิกจาก Super Famicom กลับมาในปี 2027

Naoki Hamaguchi พูดถึงความเสี่ยงของการสร้าง Final Fantasy VII Remake เป็นไตรภาค

SEGA เคยคิดยุติ Sonic ทั้งซีรีส์ แต่หนังภาคแรกช่วยไว้

Final Fantasy VII Revelation บน PS5 Pro ใช้ PSSR ทำ 4K 60 FPS

NEOGEO AES+ ตั้งเป้าคืนประสบการณ์ NEOGEO แบบต้นฉบับด้วยชิป ASIC

FATAL FURY: City of the Wolves ปล่อยเดโมให้โหลดไปลองแล้ว เล่นได้ 6 ตัว

Psychic Force 2012 เตรียมกลับมาอีกครั้งบน PS5, Switch และ PC

ONI ทั้ง 7 ภาค เตรียมกลับมาบน Nintendo Switch