World Heroes – ไฟท์ติ้งแหวกแนวแห่งยุค 90

ปี 1992 บริษัท Alpha Denshi (ที่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ADK) เปิดตัวเกมต่อสู้บน Neo Geo ที่ชื่อว่า World Heroes เกมนี้แตกต่างจากคู่แข่งตรงที่หยิบเอาบุคคลในตำนานและประวัติศาสตร์ เช่น Hattori Hanzo, Jeanne d’Arc, Rasputin มาตีความใหม่ให้กลายเป็นนักสู้ในสไตล์การ์ตูน จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ระบบการเล่น

World Heroes มีนักสู้ให้เลือก 8 คน ปุ่มกดถูกออกแบบมาแปลกไปจากเกมไฟท์ติ้งอื่นในยุคนั้น

  • A = หมัด
  • B = เตะ
  • C = จับทุ่ม
  • D = ไม่ได้ใช้

ความแรงของหมัดและเตะขึ้นอยู่กับการกดสั้นหรือกดค้าง ไม่ได้แยกเป็นปุ่ม Light/Heavy แบบที่คุ้นเคย

Death Match – ความโหดสุดครีเอต

สิ่งที่ทำให้เกมนี้เป็นที่พูดถึงคือโหมด Death Match สนามต่อสู้ที่เต็มไปด้วยกับดัก เช่น

  • สนามไฟฟ้า
  • ผนังหนาม
  • วงแหวนไฟหรือน้ำมันลื่น

ผลคือการต่อสู้เต็มไปด้วยสถานการณ์พลิกผัน บางทีคนที่บุกใส่ก็อาจเป็นฝ่ายซวยเอง นอกจากนี้ยังมีแมทช์สุดโหดอย่าง Haircut Match ที่ใครแพ้จะถูกโกนหัวต่อหน้าผู้ชม — บอกเลยว่านี่คือกลิ่นอายยุค 90 ของแท้

จุดอ่อนด้านบาลานซ์

แม้จะสนุกและแปลกใหม่ แต่ภาคแรกก็มีปัญหาเรื่องสมดุลของตัวละคร ตัวอย่างเช่น Jeanne ที่สแปมท่า Flash Sword ได้จน Muscle Power ไม่มีทางสู้ ถึงขั้นถูกจัดว่าเป็น match-up แบบ “10:0” ซึ่งแทบไม่เคยเจอในเกมไฟท์ติ้ง

เบื้องหลังการสร้าง

จริงๆ แล้ว World Heroes เคยถูกวางแผนให้เป็นเกม Beat ’em up แบบ 4 คนเล่น บนตู้อาเคด MVS รุ่นใหม่ แต่ทีมพัฒนาพบปัญหาเรื่อง AI จนสุดท้ายหันมาทำเป็น เกมต่อสู้ 1 ต่อ 1 ตามกระแส Street Fighter II ที่กำลังดัง

เกมนี้ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงง่าย โดยมุ่งเป้าไปที่เด็กประถมเป็นหลัก ทีมงานถึงขั้นไปศึกษานิตยสารการ์ตูนเด็กเพื่อหาว่าตัวละครแบบไหนจะโดนใจ รวมถึงต้องการให้ผู้เล่นต่างประเทศเข้าใจง่ายเพราะ Neo Geo ทำตลาดนอกญี่ปุ่นด้วย

งานออกแบบตัวละครส่วนใหญ่เป็นฝีมือของ Kimitoshi Yokoo ขณะที่ตัวเอก Hanzo ออกแบบโดยหัวหน้ากราฟิก ส่วน Jeanne ได้ดีไซน์โดยผู้กำกับ (เพราะต้นแบบใส่เกราะยุคกลางขยับยากเกินไปสำหรับเกม)

ผลตอบรับ

World Heroes ประสบความสำเร็จอย่างสูง จนทำให้ Alpha Denshi ขยายบริษัทและเปลี่ยนชื่อเป็น ADK เพื่อเดินหน้าสร้างเกมไฟท์ติ้งต่อในภาคถัดไป

สิ่งที่ผู้เล่นจดจำได้มากที่สุดคงไม่พ้น Death Match สุดโหด และ ตัวละครที่แปลกแต่มีเสน่ห์ แม้จะมีจุดอ่อนด้านบาลานซ์ แต่ก็เป็นเสน่ห์แบบยุค 90 ที่แฟนเกมยังพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้

เครดิตภาพประกอบจาก SNK

Comments

Popular posts from this blog

ทำไมเกมเซ็นเตอร์แบบเก่าจึงลดลง?

ผู้กำกับ FF7 Revelation ผลักดันให้มีเวอร์ชันแผ่น แต่ยังไม่ยืนยัน

Nintendo ยังขายเกม Physical ได้ 38.5% แม้ตลาดดิจิทัลโตต่อเนื่อง

ความล้มเหลวของ GameCube กับบทเรียนที่เปลี่ยนวิธีคิดของ Nintendo

Shawn Layden มอง Sony เลิกผลิตแผ่นเกม อาจเป็นเพียง “การตัดสินใจจากตัวเลข”

Nintendo Switch 2 ขายทั่วโลกทะลุ 23.68 ล้านเครื่อง

Duck King กลับสู่สังเวียนใน FATAL FURY: CotW Season 3

Super Real Mahjong Venus Returns วางจำหน่าย 27 สิงหาคมนี้ รองรับ VR

Seiken Densetsu 2 จากเกมใต้เงา Final Fantasy สู่ซีรีส์ของตัวเอง

แพตช์ใหญ่ Street Fighter 6 ทำผู้เล่นเดือด เหตุไม่แตะปัญหาหลัก