SEGA เคยคิดยุติ Sonic ทั้งซีรีส์ แต่หนังภาคแรกช่วยไว้
Takashi Iizuka ผู้บริหาร Sonic Team เปิดเผยว่า ครั้งหนึ่ง SEGA เคยคิดจะยุติแฟรนไชส์ Sonic the Hedgehog หลังซีรีส์ต้องผ่านทั้งช่วงรุ่งเรืองและช่วงตกต่ำมาตลอด 35 ปี แต่การมาถึงของภาพยนตร์ Sonic the Hedgehog ภาคแรกในปี 2020 กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ และทำให้ Sonic เดินหน้าต่อมาในทิศทางใหม่
Iizuka เปิดเผยเรื่องนี้ในการให้สัมภาษณ์กับ One More Game เนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปีของ Sonic โดยเขาพูดถึงความผูกพันกับตัวละครที่อยู่ในชีวิตมานานถึง 35 ปี จนรู้สึกเหมือน Sonic เป็นลูกชายของตัวเอง
แต่เส้นทางของ Sonic ไม่ได้ราบรื่นมาตลอด มีทั้งช่วงที่ประสบความสำเร็จและช่วงที่ผลงานไม่ประสบความสำเร็จ จนถึงขั้นที่ผู้บริหารของ SEGA เคยบอกกับ Iizuka ว่าอาจถึงเวลาต้องยุติแฟรนไชส์
Iizuka จึงต้องพยายามผลักดันเรื่องนี้ภายในบริษัท เพื่อให้ Sonic ยังมีโอกาสเดินหน้าต่อ
“มันมีทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่แย่ โดยเฉพาะช่วงที่แย่ที่สุด ตอนนั้นผู้บริหารบอกผมว่าเราควรจบแฟรนไชส์นี้ ผมจึงต้องพยายามผลักดันเรื่องนี้ภายในบริษัท เพื่อให้ Sonic ยังมีโอกาสไปต่อให้นานที่สุด”
Iizuka ต้องพยายามรักษาแฟรนไชส์เอาไว้ จนกระทั่งภาพยนตร์ Sonic the Hedgehog เข้าฉายในปี 2020
ก่อนหนังจะเข้าฉาย Sonic เคยเจอกระแสต่อต้านอย่างหนักจากดีไซน์ในตัวอย่างแรก จนทีมสร้างต้องนำตัวละครกลับไปออกแบบใหม่ แต่เมื่อหนังเข้าฉายจริง ผลตอบรับกลับออกมาดีและประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้ Sonic เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ชมรุ่นใหม่มากขึ้น
Iizuka มองว่าภาพยนตร์ภาคแรกเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของ Sonic
“สำหรับผมแล้ว ภาพยนตร์เรื่องแรกถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด มันประสบความสำเร็จอย่างมาก และทำให้ทิศทางของแฟรนไชส์เปลี่ยนไปเลย”
จากเกมสู่ภาพยนตร์และแอนิเมชัน
ความสำเร็จของภาพยนตร์ทำให้ Sonic ขยายไปสู่สื่ออื่นนอกเหนือจากเกมมากขึ้น ทั้งภาพยนตร์และแอนิเมชัน โดย Iizuka บอกว่าแฟน ๆ จะได้เห็นผลงาน Sonic ใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเกม หนัง หรือแอนิเมชัน โดยทีมงานต้องการให้มีผลงานใหม่ออกมาให้ติดตามแทบทุกปี
ถึงจะขยายไปหลายสื่อ แต่เกมก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ Sonic โดย Iizuka ย้ำว่าผลงานจากสื่ออื่น ๆ ยังคงมีเกมเป็นพื้นฐาน
สำหรับเกม Sonic Team ก็แบ่งแนวทางออกเป็น Modern Sonic และ Classic Sonic เพื่อรองรับแฟนทั้งสองกลุ่ม โดย Modern Sonic จะเป็น Sonic ในรูปแบบที่แฟน ๆ คุ้นเคยในยุคปัจจุบัน ขณะที่ Classic Sonic ยังคงมีเกม 2D อย่าง Sonic Mania และ Sonic Origins ออกมารองรับแฟนที่ชอบ Sonic แบบดั้งเดิม
Shadow เคยถูกวางให้ตายถาวร
เรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Shadow the Hedgehog เองก็เคยถูกวางแผนให้จบเรื่องราวของตัวเองเช่นกัน
หลังเหตุการณ์ใน Sonic Adventure 2 ทีมงานตั้งใจให้ Shadow เสียชีวิตในตอนจบและไม่กลับมาอีก แต่กระแสตอบรับจากแฟน ๆ กลับดีมาก จนสุดท้ายทีมงานตัดสินใจนำเขากลับมาใน Sonic Heroes
ปัจจุบัน Shadow ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดย Iizuka เล่าว่าในอดีต Sonic, Tails และ Knuckles มักเป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมสูงสุด แต่หลังจากภาพยนตร์ภาคที่ 3 เข้าฉาย ความนิยมของ Shadow ก็เพิ่มขึ้นจนเข้าใกล้ระดับเดียวกับ Sonic
Iizuka ยังเผยด้วยว่า Shadow เป็นตัวละครโปรดของเขา และอยากให้มีบทบาทมากขึ้นในอนาคต
Sonic Adventure กับจุดเปลี่ยนของ Sonic
เมื่อถูกถามว่าเกมไหนเปลี่ยน Sonic มากที่สุด Iizuka เลือก Sonic Adventure
สำหรับเขา เกมนี้เป็นช่วงสำคัญที่ Sonic ก้าวจากตัวละคร 2D แบบพิกเซลเข้าสู่โลก 3D พร้อมกับการมีเสียงพากย์อย่างเต็มรูปแบบ และรูปแบบดังกล่าวก็กลายเป็นพื้นฐานของ Sonic ในยุคต่อมา
ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา Sonic ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุค จากเกม 2D สู่ 3D จากเกมที่เน้นการเล่นเป็นหลัก เรื่องราวและตัวละครก็เข้ามามีความสำคัญมากขึ้น ก่อนที่แฟรนไชส์จะขยายไปสู่ภาพยนตร์และแอนิเมชัน
แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ Sonic ยังเดินทางต่อมาจนถึงปีที่ 35 ได้ก็คือแฟน ๆ ที่ยังซื้อเกมและสนับสนุนซีรีส์ เพราะตราบใดที่ผู้เล่นยังให้การตอบรับ Sonic ก็ยังมีเหตุผลที่จะเดินหน้าต่อ
จากวันที่แฟรนไชส์เคยเกือบถูกยุติ วันนี้ Sonic ยังคงมีทั้งเกม ภาพยนตร์ และแอนิเมชันออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเกมยังเป็นรากฐานสำคัญของแฟรนไชส์


Comments
Post a Comment