Netflix ทุ่ม 83 พันล้านดอลลาร์ซื้อ Warner Bros. และ HBO

Netflix ทุ่มเงิน 83 พันล้านดอลลาร์ เข้าซื้อ Warner Bros. พร้อมทั้ง HBO, HBO Max และแฟรนไชส์ดังอย่าง Harry Potter, Game of Thrones และ DC Comics ดีลจะเสร็จหลัง Warner แยกตัวจาก Discovery ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงไตรมาส 3 ปี 2026

Ted Sarandos ซีอีโอร่วมของ Netflix บอกว่าการรวมคลังคอนเทนต์ระดับตำนานของ Warner เข้ากับงานดังของ Netflix อย่าง Stranger Things และ Squid Game จะช่วยให้บริษัทเดินหน้าภารกิจสร้างความบันเทิงให้ผู้ชมทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้น

Netflix ยืนยันว่าจะยังคงรูปแบบการทำงานของ Warner ตามเดิม รวมถึงการฉายหนังในโรงสำหรับทุกเรื่องที่วางแผนไว้แล้ว แต่ Sarandos ก็เผยทิศทางสำคัญว่า อนาคตหนังของ Warner จะมาลงสตรีมมิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อตอบโจทย์ผู้ชมที่ต้องการเข้าถึงคอนเทนต์ได้ไวกว่าเดิม

เขาย้ำว่า Netflix ไม่ได้ต่อต้านการฉายในโรง ปีนี้ก็ส่งหนังเข้าโรงราว 30 เรื่อง เพียงแต่มองว่าการรอหลายเดือนก่อนหนังจะลงสตรีม ไม่เหมาะกับพฤติกรรมคนดูยุคนี้แล้ว

เพื่อให้ดีลเดินหน้า Netflix ยังยอมวางเงิน ค่าปรับสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์ หากดีลถูกหน่วยงานกำกับดูแลสั่งระงับ ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทจริงจังกับการปิดดีลครั้งนี้มากแค่ไหน

แม้ยังต้องผ่านการตรวจสอบจากภาครัฐที่มีท่าทีคัดค้านอยู่บ้าง แต่ถ้าดีลสำเร็จ Netflix จะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดของฮอลลีวูด พร้อมบทบาทใหม่ในการกำหนดอนาคตของการฉายหนังทั้งในโรงและบนสตรีมมิ่ง

Comments

Popular posts from this blog

Seiken Densetsu 2 จากเกมใต้เงา Final Fantasy สู่ซีรีส์ของตัวเอง

ทำไมเกมเซ็นเตอร์แบบเก่าจึงลดลง?

ความล้มเหลวของ GameCube กับบทเรียนที่เปลี่ยนวิธีคิดของ Nintendo

Super Real Mahjong Venus Returns วางจำหน่าย 27 สิงหาคมนี้ รองรับ VR

แพตช์ใหญ่ Street Fighter 6 ทำผู้เล่นเดือด เหตุไม่แตะปัญหาหลัก

เบื้องหลังการสร้าง Samurai Shodown จากเกมสัตว์ประหลาดสู่ตำนานเกมต่อสู้

Star Ocean: The Divine Force และ The Second Story R วางจำหน่ายบน GOG แบบไร้ DRM

Nintendo Switch 2 ขายทั่วโลกทะลุ 23.68 ล้านเครื่อง

Nintendo ยังขายเกม Physical ได้ 38.5% แม้ตลาดดิจิทัลโตต่อเนื่อง

SIE ยุติผลิตเกม PlayStation แบบแผ่น เริ่มปี 2028 พร้อมปิด PS3 และ PS Vita Store