ครบรอบ 36 ปี Ninja Ryukenden II การเผชิญหน้าของ Ryu Hayabusa กับ Jashin
Ninja Ryukenden II: Ankoku no Jashinken ไม่ได้พยายามเปลี่ยนสูตรของตัวเอง แต่มันเลือก “ขัดให้คมขึ้น” และนั่นก็เพียงพอจะทำให้ภาคนี้เล่นสนุกขึ้นอย่างรู้สึกได้ทันที
6 เมษายน 1990 เกมจาก Tecmo วางจำหน่ายบน Famicom และสานต่อความสำเร็จจากภาคแรก ด้วยแนวทางที่ชัดเจนขึ้นทั้งในแง่การเล่นและการเล่าเรื่อง
หนึ่งปีหลังเหตุการณ์เดิม Ryu Hayabusa ต้องกลับมารับมือภัยครั้งใหม่ เมื่อ Ashtar เดินแผนเพื่อปลุก Jashin (เทพอสูร) โดยมี Irene Lew เป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์ โทนเรื่องยังคงจริงจังและมืดหม่น แต่เล่าได้กระชับและชัดเจนขึ้น
จุดเด่นสำคัญยังอยู่ที่ “Tecmo Theater” การเล่าเรื่องผ่านคัตซีนสไตล์ภาพยนตร์ที่ช่วยขับอารมณ์ของเรื่องให้ชัดขึ้น ทำให้ผู้เล่นอินกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เล่นผ่านด่านไปเฉย ๆ
ด้านเกมเพลย์คือจุดที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดที่สุด
“Bunshin no Jutsu” เพิ่มมิติให้การต่อสู้ ร่างแยกที่ขยับและโจมตีพร้อมกัน เปิดทางให้วางตำแหน่งและคุมจังหวะได้ลึกขึ้น จังหวะที่ร่างแยกยิงพร้อมกันและเคลียร์ศัตรูได้ในคราวเดียว คือช่วงเวลาที่ทำให้เกมไหลลื่นและเห็นพลังของระบบนี้ชัดเจน
ระบบเกาะกำแพงก็ถูกปรับให้ปีนขึ้นลงและโจมตีได้ ทำให้การเคลื่อนไหวต่อเนื่องขึ้น และลดความฝืดจากภาคก่อนได้พอสมควร
ความยากยังคงเป็นเอกลักษณ์ ศัตรูวางตำแหน่งมากดดันผู้เล่นตลอดเวลา พลาดเพียงนิดเดียวก็มีสิทธิ์เสียเปรียบหนัก เกมจึงบังคับให้ต้องเล่นให้แม่นและตัดสินใจให้เร็ว
ครบ 36 ปี Ninja Ryukenden II: Ankoku no Jashinken อาจไม่ใช่ภาคที่เปลี่ยนทุกอย่างของซีรีส์ แต่เป็นภาคที่ต่อยอดได้แม่นและพอดี ทั้งเกมเพลย์ที่คมขึ้นและการเล่าเรื่องที่ชัดขึ้น ทำให้มันยังคงถูกจดจำในฐานะ Ninja ภาคต่อที่ “ทำได้ถึง” และยืนระยะได้อย่างแข็งแรงในยุค Famicom
Comments
Post a Comment