ชีวิตแบบ Dead or Alive ของ Tomonobu Itagaki คนที่ใช้ชีวิตแรงพอ ๆ กับเกมที่เขาสร้าง

ชื่อของ Tomonobu Itagaki ไม่ได้ถูกจดจำแค่ในฐานะผู้สร้าง Dead or Alive และ Ninja Gaiden แต่ยังเป็นคนที่มีตัวตนชัดเจน พูดตรง ทำแรง และใช้ชีวิตสุดทางในแบบที่คนรอบตัวไม่มีวันลืม

Dead or Alive 4
Credit: feillyne via ModDB (Dead or Alive 4 © Koei Tecmo)

บทความรำลึกจาก 4Gamer ได้รวบรวมความทรงจำจากอดีตเพื่อนร่วมงาน หนึ่งในนั้นคือ Kengo Aoki CEO ของ Soft Gear ซึ่งเคยร่วมงานกับ Valhalla Game Studios ในการพัฒนาระบบออนไลน์ของ Devil's Third

Devil’s Third เดิมตั้งใจให้เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของเขา แต่สุดท้ายกลับเป็นผลงานออริจินัลเพียงเกมเดียวของสตูดิโอ และกลายเป็นงานชิ้นสุดท้ายในเส้นทางผู้สร้างเกมของ Itagaki

Aoki บอกว่า การทำงานกับ Itagaki ไม่มีคำว่าธรรมดา

ทริปหนึ่งที่จีน เขาเมาหนักจนไปหาเรื่องแท็กซี่ที่ขับผ่าน ตะโกนลั่นกลางถนน คืนนั้นยังเถียงกับ Aoki เรื่องการพัฒนาเกมอย่างดุเดือด จนอีกฝ่ายคิดว่าความสัมพันธ์คงจบลงแล้ว

แต่เช้าวันถัดมา บนเครื่องบินขากลับ Itagaki กลับร้องไห้และขอโทษ พร้อมพูดว่า “พวกเราเป็นพี่น้องกัน”

เขาไปสุดทั้งเวลาโกรธ และเวลารู้สึกผิด

อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นที่ลอสแอนเจลิส ช่วงที่เขามีกำหนดขึ้นเวทีในงาน E3

คืนนั้นในห้องโรงแรม Itagaki ออกไปที่ระเบียงแล้วตะโกนว่า
“ฉันจะยึดครองโลก ใครจะมาด้วยก็มา”

ไม่กี่นาทีต่อมา รถของ Los Angeles Police Department (LAPD) หลายคันเข้าล้อมพื้นที่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ชักปืนเล็งขึ้นมา
Aoki บอกว่านั่นคือ “สถานการณ์แบบ Dead or Alive ของจริง”

แต่เบื้องหลังความวุ่นวายนั้น สุขภาพของเขาเริ่มแย่ลงมานานแล้ว

วันถัดมา ระหว่างที่ Aoki อยู่ที่ Universal Studios Hollywood เขาได้รับข่าวว่า Itagaki ถูกส่งเข้า ICU อย่างเร่งด่วน และต้องพักรักษาตัวนานกว่า 40 ถึง 50 วัน อาการเริ่มชัดมาตั้งแต่ช่วงกลางยุค 2010

แม้ร่างกายจะเริ่มไม่ไหวเหมือนเดิม เขายังเชื่อใน Devil’s Third และยังอยากสร้างเกมต่อไป
เกมที่ตั้งใจให้เป็นจุดเริ่มต้น กลับกลายเป็นบทสรุปของเขาไปโดยไม่ทันตั้งตัว

ในช่วงวัย 50 ปี Itagaki ยังอยากสร้างเกมเหมือนเดิม แต่ก็เริ่มหันมาสนใจการผลักดันคนรุ่นใหม่มากขึ้น

Aoki มองว่าเขามีสองด้านอยู่พร้อมกัน
ด้านหนึ่งคือคนที่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากการสร้างเกม
อีกด้านคือคนที่อยากส่งต่อความรู้และความรักในเกมให้คนรุ่นถัดไป

จากคนที่เคยตะโกนว่าจะยึดครองโลก เขาเริ่มคิดถึงการส่งต่อโลกนั้นให้คนอื่นแทน

แม้ชีวิตของ Itagaki จะจบลงแล้ว แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ยังอยู่ ทั้งในผลงาน และในคนที่เคยร่วมงาน

Aoki พูดถึงเขาไว้ว่า
“สำหรับผม เขายังอยู่ในใจเสมอ ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้สร้างเกม แต่เป็นเหมือนอาจารย์คนหนึ่ง”

และสิ่งนั้นยังคงอยู่ในตัวเขาเสมอในชื่อ

“Itagaki-ism”

Comments

Popular posts from this blog

ทำไมเกมเซ็นเตอร์แบบเก่าจึงลดลง?

ผู้กำกับ FF7 Revelation ผลักดันให้มีเวอร์ชันแผ่น แต่ยังไม่ยืนยัน

Nintendo ยังขายเกม Physical ได้ 38.5% แม้ตลาดดิจิทัลโตต่อเนื่อง

ความล้มเหลวของ GameCube กับบทเรียนที่เปลี่ยนวิธีคิดของ Nintendo

Shawn Layden มอง Sony เลิกผลิตแผ่นเกม อาจเป็นเพียง “การตัดสินใจจากตัวเลข”

Nintendo Switch 2 ขายทั่วโลกทะลุ 23.68 ล้านเครื่อง

Duck King กลับสู่สังเวียนใน FATAL FURY: CotW Season 3

Super Real Mahjong Venus Returns วางจำหน่าย 27 สิงหาคมนี้ รองรับ VR

Seiken Densetsu 2 จากเกมใต้เงา Final Fantasy สู่ซีรีส์ของตัวเอง

แพตช์ใหญ่ Street Fighter 6 ทำผู้เล่นเดือด เหตุไม่แตะปัญหาหลัก