SEGA ปรับเกมรุกสู่ตลาดโลก ดัน Sonic, Persona และ IP เกมเก่า
SEGA กำลังปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อผลักดัน เกมสู่ตลาดโลกตั้งแต่ต้นทาง จากเดิมที่ญี่ปุ่นเป็นศูนย์กลางแล้วค่อยขยายไปยังต่างประเทศ พร้อมนำ IP ที่มีศักยภาพอย่าง Sonic, Persona และ Like a Dragon รวมถึงเกมเก่าอย่าง Crazy Taxi และ Virtua Fighter กลับมาต่อยอดในตลาดยุคใหม่
![]() |
| Photo: Sumitomo Real Estate Osaki Garden Tower (headquarters of the Sega Sammy Group) by Akonnchiroll / Wikimedia Commons / CC BY-SA 4.0 |
เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการขายเกมในต่างประเทศให้มากขึ้น แต่คือการสร้าง ฐานผู้เล่นทั่วโลก แล้วนำความนิยมของเกมและตัวละครไปต่อยอดเป็นภาพยนตร์ เพลง สินค้า และคอนเทนต์รูปแบบอื่นในระยะยาว
Shuji Utsumi ประธานและ COO ของ SEGA เปิดเผยทิศทางดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Gaming โดยยอมรับว่า แม้บริษัทจะมี IP ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก แต่โครงสร้างการทำธุรกิจในระดับโลกยังตามหลังบริษัทเกมรายอื่นอยู่พอสมควร
จากญี่ปุ่นสู่ตลาดโลกพร้อมกัน
ที่ผ่านมา ธุรกิจเกมคอนซูเมอร์ของ SEGA มีญี่ปุ่นเป็นศูนย์กลาง เกมจึงมักเปิดตัวในประเทศก่อน แล้วจึงขยายไปยังตลาดต่างประเทศ
แนวทางใหม่จะให้ คอนโซลและ PC เป็นตลาดระดับโลกตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา พร้อมผลักดันการเปิดตัวในญี่ปุ่นและต่างประเทศให้ใกล้เคียงกันมากขึ้น
บริษัทจึงกำลังปรับโครงสร้างด้าน Publishing เพื่อให้การทำงานมีมุมมองระดับโลกมากกว่าเดิม โดย Utsumi ยอมรับว่า SEGA เริ่มเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ช้ากว่าบริษัทคู่แข่งบางรายอยู่หลายปี
STRANGER THAN HEAVEN กับเกมที่คิดถึงผู้เล่นทั่วโลก
หนึ่งในตัวอย่างคือ STRANGER THAN HEAVEN เกมใหม่จาก RGG Studio ผู้สร้าง Like a Dragon ซึ่งเล่าเรื่องผ่านช่วงเวลาหลายยุคของญี่ปุ่น และนำโลกของวงการบันเทิงเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของเรื่องราว
เกมยังมี Snoop Dogg ร่วมแสดง และมีส่วนร่วมในเพลงธีมของเกม ซึ่งเป็นการผสมผสานบุคลากรจากวงการดนตรีเข้ากับตัวเกมโดยตรง
STRANGER THAN HEAVEN จึงสะท้อนแนวคิดของ SEGA ที่ต้องการสร้างเกมซึ่งมีองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่เข้าถึงผู้เล่นทั่วโลกได้ โดยเกมมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 15 มกราคม 2027
คืนชีพ IP อาร์เคด สู่ผู้เล่นรุ่นใหม่
สำหรับ SEGA แล้ว ซีรีส์ที่เกิดจากเกมอาร์เคดอย่าง Virtua Fighter และ Crazy Taxi ถือเป็นส่วนสำคัญของแบรนด์ไม่ต่างจาก Sonic เพราะเป็น IP ที่สะท้อนตัวตนและรากฐานของบริษัท
Shuji Utsumi มองว่า ปัจจุบันเกมได้รับการยอมรับในฐานะวัฒนธรรมมากขึ้น ทำให้เกมอาร์เคดระดับตำนานจากอดีตกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะจากความรู้สึก หวนคิดถึงช่วงเวลาที่เคยเล่นเกมเหล่านั้นในอดีต
ในกรณีของ Crazy Taxi เกมมีทั้งอารมณ์ขันและความบ้าระห่ำที่สะท้อนบริบทของแบรนด์ SEGA อยู่เต็มตัว การทำให้เกมกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งจึงถือเป็น ภารกิจสำคัญของบริษัท
อย่างไรก็ตาม การนำเกมเก่ากลับมาในยุคปัจจุบันไม่สามารถพึ่งพาความคิดถึงเพียงอย่างเดียวได้ SEGA จึงต้องเติม สิ่งใหม่และนวัตกรรม เข้าไป เพื่อให้เกมสามารถสร้างความสนุกและความสดใหม่สำหรับผู้เล่นในปัจจุบันได้ด้วย
ยกเลิก Super Game แต่ไม่ได้ทิ้ง GaaS
ในอีกด้าน SEGA ตัดสินใจยุติโครงการ Super Game หลังประเมินว่าการสร้างบริการออนไลน์ขนาดใหญ่สำหรับตลาดโลกจะต้องใช้เงินลงทุนและทรัพยากรจำนวนมาก
Utsumi ระบุว่าการสร้าง IP ใหม่ให้ประสบความสำเร็จในระดับโลกมีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามขนาดของโครงการ SEGA จึงเห็นว่า ช่วงเวลานี้ไม่เหมาะกับการลงทุนในระดับดังกล่าว และเลือกยุติโครงการ
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเดินหน้าธุรกิจ GaaS ที่มีอยู่ต่อไป พร้อมทบทวนระดับการลงทุนให้เหมาะกับแต่ละเกม
การตัดสินใจครั้งนี้จึงไม่ได้หมายถึงการถอนตัวจากเกมบริการ แต่สะท้อนการเลือกลงทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับเกมที่มีโอกาสสร้างฐานผู้เล่นและเติบโตในระยะยาว
คนที่ไม่ได้เล่นเกมก็เป็นแฟน IP ได้
เมื่อเกมสามารถสร้างฐานแฟนได้แล้ว SEGA ก็ต้องการขยายกลุ่มคนที่เข้าถึง IP ออกไปให้กว้างกว่าผู้เล่นเกมโดยตรง
Like a Dragon เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะคนบางส่วนรู้จักตัวละครและโลกของเกมผ่าน YouTube หรือคอนเทนต์จาก YouTuber โดยไม่จำเป็นต้องเคยเล่นเกมมาก่อน
สำหรับ SEGA นี่หมายความว่า การเป็นแฟนของ IP ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเล่นเกม
ภาพยนตร์ เพลง สินค้า และคอนเทนต์รูปแบบอื่นจึงสามารถทำหน้าที่เป็นช่องทางพาคนกลุ่มใหม่เข้ามารู้จักเกมและตัวละครของบริษัทได้
Persona และ Angry Birds คือ IP ที่จะผลักดันต่อ
หลังจาก Sonic ประสบความสำเร็จในการขยายจากเกมไปสู่ตลาดวงกว้าง SEGA กำลังนำแนวคิดเดียวกันไปใช้กับ IP อื่น
Persona และ Angry Birds เป็นสอง IP ที่บริษัทให้ความสำคัญในการผลักดันธุรกิจในปี 2026
ฝั่ง Persona มี Persona 4 Revival ซึ่งเป็นเกมรีเมกของ Persona 4 Golden และมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2027
ส่วน Angry Birds กำลังเดินหน้าต่อผ่านภาพยนตร์ The Angry Birds Movie 3 ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายในอเมริกาเหนือวันที่ 23 ธันวาคม 2026 พร้อมการต่อยอดด้านสินค้าและลิขสิทธิ์
ความสำเร็จของภาพยนตร์ Sonic ทำให้ SEGA เห็นว่า เกมสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของ IP ที่เติบโตไปได้ไกลกว่าตัวเกม
เกมเป็นฐาน การต่อยอดคือส่วนขยาย
สิ่งที่ SEGA กำลังเปลี่ยนไม่ใช่ความสำคัญของเกม แต่คือ วิธีนำเกมไปสู่ตลาดโลก บริษัทต้องการให้เกมของตัวเองเข้าถึงผู้เล่นทั่วโลกตั้งแต่ต้น และเมื่อ IP มีฐานแฟนที่แข็งแรงขึ้น ก็สามารถนำไปต่อยอดในภาพยนตร์ เพลง สินค้า หรือสื่อรูปแบบอื่นได้
ดังนั้น เกมยังคงเป็น ฐานสำคัญของธุรกิจ ขณะที่การต่อยอด IP เป็นช่องทางเพิ่มโอกาสให้เกมและตัวละครของ SEGA เดินทางไปได้ไกลกว่าเดิม
ทิศทางของ SEGA จึงไม่ได้อยู่ที่การทำธุรกิจนอกเกมแทนการทำเกม แต่เป็นการ สร้างเกมให้แข็งแรงในตลาดโลก แล้วใช้ความสำเร็จนั้นต่อยอดออกไปในวงกว้างขึ้น

Comments
Post a Comment