Bare Knuckle เกมเดินต่อยสุดคลาสสิกจาก SEGA

Bare Knuckle: Ikari no Tekken คือเกมแนวเดินต่อยสุดคลาสสิกจาก SEGA ที่เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นบนเครื่อง Mega Drive เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 1991 โดยใช้ชื่อในต่างประเทศว่า Streets of Rage

นี่คือภาคแรกของซีรีส์ Bare Knuckle ที่เล่าเรื่องราวของอดีตตำรวจสามคนซึ่งลุกขึ้นสู้กับองค์กรใต้ดิน เพื่อทวงคืนความสงบให้กับเมืองที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม

เกมเพลย์: ลุยแหลกด้วยหมัดและท่าไม้ตาย

รูปแบบการเล่นได้รับแรงบันดาลใจจากเกมอาร์เคด Golden Axe ของ SEGA ผสมผสานกับสไตล์ของ Final Fight จาก Capcom ทำให้ได้เกมแอ็กชันที่เข้มข้นและลงตัว

ผู้เล่นเลือกตัวละครจาก 3 คน ซึ่งมีสไตล์การต่อสู้ต่างกัน ใช้ปุ่มเพียง 3 ปุ่ม: โจมตี, กระโดด และท่าพิเศษ แต่ภายในเกมกลับเต็มไปด้วยเทคนิค เช่น การจับศัตรูเพื่อปล่อยท่าเข่า โยน หรือแม้แต่พลิกตัวไปด้านหลังเพื่อจับท่าใหม่

ท่าพิเศษ คือไฮไลต์ของเกม ผู้เล่นสามารถเรียกตำรวจมายิงสนับสนุนด้วยระเบิดหรือจรวดโจมตีศัตรูทั้งหน้าจอ ใช้ได้หนึ่งครั้งต่อฉาก (ยกเว้นด่านสุดท้าย) เพิ่มความสะใจและเป็นไม้ตายที่ต้องใช้ให้ถูกจังหวะ

ในโหมด 2 คน ยังมีลูกเล่นพิเศษ เช่น การจับเพื่อนร่วมทีมมาขว้างใส่ศัตรูเพื่อทำ “ท่าประสาน” และในบางด่าน บอสจะโผล่มาพร้อมกัน 2 ตัว เพิ่มความมันเป็นทวีคูณ

เสียงดนตรี: บีตคลับสุดล้ำจาก Yuzo Koshiro

นอกจากเกมเพลย์ที่เร้าใจ ดนตรีของเกมนี้ยังโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยได้ Yuzo Koshiro นักประพันธ์ชื่อดังมารับหน้าที่แต่งเพลง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เขาตั้งใจออกแบบเพลงให้เข้ากับรสนิยมของผู้เล่นฝั่งตะวันตก

Koshiro เลือกใช้แนวดนตรีคลับ ซึ่งในตอนนั้นยังไม่แพร่หลายในญี่ปุ่น แต่เขาเชื่อว่าจะได้รับความนิยมในอนาคต เขาได้รับอิทธิพลจากศิลปินอย่าง Soul II Soul และ Enigma และยังลงมือโปรแกรมเสียง FM ด้วยตัวเองทั้งหมด ทำให้เพลงของเกมนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยากจะเลียนแบบ

แม้ SEGA จะไม่ได้กำหนดทิศทางของเพลงโดยตรง แต่ผลงานของ Koshiro กลับโดนใจหัวหน้าฝ่ายคอนโซลของบริษัทในตอนนั้น จึงถูกนำมาใช้ในเกมจนกลายเป็นอีกหนึ่งตำนานของวงการ

เกมคลาสสิกที่ยังกลับมาให้เล่นเสมอ

นอกจากเวอร์ชันต้นฉบับบน Mega Drive เกมนี้ยังถูกพอร์ตไปยัง Game Gear (1992) และ Master System (1993) รวมถึงถูกรวมไว้ในหลายคอลเลกชันของ SEGA บนเครื่องต่างๆ เช่น Mega CD, PS2, GameCube, PS3, Xbox 360, Wii และ 3DS

Bare Knuckle คือหนึ่งในเกมที่พิสูจน์ว่าเกมดีไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่มีจังหวะที่ใช่ ดนตรีที่โดน และระบบการเล่นที่สนุกไม่รู้เบื่อ ก็กลายเป็นตำนานที่ยังมีคนพูดถึงมาจนทุกวันนี้

Comments

Popular posts from this blog

กอดตัวเองในวันวาน: ทำไมการเล่นเกมเก่า ถึงช่วยเยียวยาใจในวันที่ Burnout

Yakuza Kiwami 3 / Yakuza 3 Gaiden เพิ่มเกมอาร์เคด NAOMI อย่าง Slashout

“เรากำลังทำให้มันเป็นเวอร์ชัน Masterpiece” โปรดิวเซอร์ Dragon Quest VII กับการกลับมาแก้ไขตำนานที่เคยไม่สมบูรณ์

Bare Knuckle II: Shitou e no Requiem

SEGA เปิดฉากฉลอง 35 ปี “Sonic the Hedgehog” พร้อมเว็บไซต์และเทรลเลอร์พิเศษ

Garou Densetsu: City of the Wolves Season 2 เปิดศึก 22 มกราคม

Namco กับ Namcot ต่างกันยังไง? เรื่องที่ผมคาใจมาตั้งแต่เด็ก

จาก System 16 สู่วิถี Mega Drive การเดินทางครั้งใหม่ของ SEGA

Breaking News: Instagram ถูกเจาะข้อมูลครั้งใหญ่

ปริศนาไขกระจ่าง A・B แล้วทำไมเป็น X・Y จุดเริ่มจาก SFC